เก้าอี้ง่ายๆแต่ฉลาด

วันนี้ไปเจอเก้าอี้ตัวนึงที่ร้าน Alto Coffee เมกะบางนา เห็นแล้วก็ เออ น่ารักดี

image

แต่สะดุดตรงที่แหว่งเป็นครึ่งวงกลมมุ้งมิ้งที่พนังพิง สักแป๊บก็อ๋ออ

image

เขาเอาไว้เพื่อการนี้นี่เอง

นับว่าเป็นการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้งานแบบเข้าถึงรายละเอียด และถ่ายทอดออกมาได้อย่างเรียบง่าย สื่อความหมายได้ง่าย คนเดินห้างหรือไปที่สาธารณะ ก็ต้องสะพายกระเป๋า โดยเฉพาะคุณสุภาพสตรี วิธีปรกติในการนั่งเก้าอี้แบบนี้ก็คือ ไม่เอากระเป๋าไว้บนตัก ก็ต้องเอาไปไว้ข้างหลังเบียดพื้นที่นั่งอีก จะพาดไว้ที่พนักพิงก็พาดไม่อยู่

การบากพนักพิงลงไปง่ายๆแบบนี้จึงเป็นคำตอบหนึ่งสำหรับปัญหานี้แบบได้ถ้วย และค่อนข้างมั่นใจว่า คนออกแบบน่าจะเป็นคนที่สะพายกระเป๋าซึ่งเจอปัญหานี้ทั่วไปอยู่แล้วเช่นกัน

แต่ถ้าแขวนกระเป๋าไว้ในที่ๆมีคนเดินผ่านข้างหลัง ก็เสี่ยงดวงกันเองเนะ

Usability ในการเผือก กระทู้พันทิป

เขียนไวไว

 

ตั้งแต่เว็บไซต์พันทิป.คอม pantip.com ได้แปลงโฉมใหม่ เราก็รู้สึกว่า อะไรๆก็ดูเข้าที่เข้าทางขึ้น แม้ว่ามันจะยังไม่คุ้นชินในการใช้งาน และไม่ได้เป็นแฟนประจำที่เข้าเว็บเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็จะกดกระทู้ที่มีคนแชร์มาในเฟซบุคบ้าง ทวิตเตอร์บ้าง

สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่เราพบว่า กระทู้พันทิปดีขึ้นมากๆๆ ก็คือ ปัญหาคลาสสิคคู่พันทิปที่เรียกว่า กระทู้ด๋อย ก็ยังไม่มีบังเกิดให้เห็นคาตา แม้ว่าดราม่าจะยืดยาวขนาดไหน และประสิทธิภาพในการโหลดกระทู้ก็ดีขึ้นมาก

วันนี้ ในวันที่พันทิปมีกระทู้ดราม่าแห่งชาติ แรงเผือกยิ่งกว่าแรงเงา ถ้าคนไทยอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัดจริง อ่านกระทู้นี้ปั๊บนี่ ไม่ต้องอ่านไปอีกหลายสิบชาติเลยนะ เราว่า กระทรวงศึกษาควรจะดูงานกระทู้นี้เอาไว้ ว่าอะไรทำให้คนไทยลุกขึ้นมาอ่านหนังสืออย่างเอาเป็นเอาตาย ตั้งข้อสังเกต สืบค้นข้อมูล ตรวจสอบความเห็นเล็กๆน้อยๆ ได้อย่างไร ทำไมหนังสือเรียนทำไม่ได้ ทำไมครูบาอาจารย์ที่โรงเรียนทำไม่ได้

นอกจากเรื่องราวในกระทู้นั้นแล้ว ในเรื่องการใช้งาน ก็ยังมีที่น่าสนใจอีก เท่าที่เราลากอ่านผ่านๆ เราพบว่า มีบางคนที่บ่นเรื่องความไม่สะดวกในการรับรู้ทำความเข้าใจและเก็บรายละเอียดในกระทู้ (a.k.a เผือก) ด้วย mechanism ในการอ่าน ก็เลยทำให้เราสนใจขึ้นมา ซึ่งเราจะแยกเป็นข้อหลักๆด้านล่างนี้

 

1. ความเห็นย่อยคือขุมทรัพย์

ตามปรกติ โครงสร้างของกระทู้ที่เป็นอยู่ เราว่าก็ค่อนข้างอำนวยในการอ่านประมาณหนึ่ง โดยเฉพาะการอ่านแบบ sequential อ่านรับรู้ข้อมูลเอาใจความหลักไปเรื่อยๆ อ่านชิลๆ แต่พอเป็นเรื่องเผือก หรือเรื่องดราม่าปั๊บ ความต้องการก็จะแตกต่างกันแล้ว

pantiptaro01

ความเห็นย่อยที่ซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะมีความเห็นย่อยมากขนาดไหนในกระทู้ ทุกอันจะถูกซ่อนไว้ให้กดเปิดอีกที ซึ่งในการโหลดนั้น มีประสิทธิภาพดี และจริงๆก็มี gimmick นิดๆให้รู้ว่า มีบางอย่างไม่ธรรมดาในความเห็นย่อย จากการที่จำนวนความเห็นย่อยของความเห็นหลักนั้นมีจำนวนมากผิดปรกติ จนต้องกดไปดูมุงอะไรกันอยู่

แต่นั่นก็หมายความว่า จะต้องมีคนอุทิศเวลาสำรวจความเห็นย่อยก่อน แล้วไปเจอขุมทรัพย์เข้า (ขุมทรัพย์ในที่นี้คือ ข้อมูลที่สำคัญ หรือที่ทำให้เงิบ หรือเป็นจุดพลิกผันของดราม่า) จึงเริ่มออกความเห็นมุงๆ ให้เราได้สังเกตเจอจำนวนความเห็นย่อยที่น่าสนใจอย่างที่บอก แต่ถ้ายังไม่มีใครสังเกตพบขุมทรัพย์ที่แอบมาหยอดซ่อนอยู่ ก็มีวิธีเดียวคือต้องกดดูความเห็นย่อยของความเห็นหลักทุกอันไปเรื่อยๆ และไม่ใช่การสำรวจครั้งเดียว ต้องสำรวจซ้ำหลายครั้งด้วยเผื่อมีคนมาแอบซุกขุมทรัพย์ไว้ทีหลัง

Top comment นั้นมีประโยชน์ในการใช้ประมาณหนึ่ง สำหรับกระทู้ที่มีข้อมูลเด็ดดวงอยู่ที่ไม่กี่ความเห็น แต่ถ้าข้อมูลซัมมอนมาจากหลายๆคน คนละนิดคนละหน่อย เช่นกระทู้นี้ การใช้ top comment อาจจะไม่พอเพียง และอาจจะทำให้สับสนกับ timeline ด้วย (และเข้าใจว่า top comment ใช้ไม่ได้กับความเห็นย่อยด้วยรึเปล่านะ?)

 

2. โหลดหน้า 

pantiptaro02

การโหลดทีละหน้า เป็น feature ที่มีคุณูปการในการโหลดกระทู้เป็นอย่างมาก

แต่ในกระทู้ที่ผู้คนกระหายใคร่เผือกต่อเนื่องแบบกลับมาดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า การที่ยังไ่ม่มี bookmark ปักหมุด หรือจำเองว่าอ่านถึงไหนแล้วและสามารถเปิดกระทู้มาใหม่โดยเริ่มต้นตรงที่อ่านล่าสุดได้ หรือต้องการการเผือกสืบเนื่องที่ความเห็นใดความเห็นหนึ่งท่ามกลางความเห็นกว่า 2,000 อันนั้น

 

3. expectation ของคนอ่าน

คนอ่านและคนเข้ามาใช้งานแต่ละ level ก็ไม่เหมือนกัน

คนอ่านครั้งแรก > อะไรๆ เรื่องราวเป็นยังไงเหรอ?
– highlight อยู่หนายยยย

คนอ่านรอบต่อไป > เออ รู้เรื่องแล้ว แต่อยากเก็บดีเทลและติดตามอัพเดทอะ
– ปักหมุด/highlightให้คนรุ่นหลังอ่านซะ/มีอะไรupdateในความเห็นที่อ่านผ่านไปแล้วหรือเปล่า

คนหยอดข้อมูล > หยอดตรงไหนก็ได้ ขอให้คนเห็นละกัน
– คอมเมนท์ใต้ความเห็นนี้น่าจะเวิร์กสุด แต่จะเห็นกันไหมนะ

 

 

สรุปคร่าวๆ สำหรับการทำกระทู้เพื่ออำนวยความสะดวกในการกินมาม่า (มากขึ้น) ที่เกี่ยวกับ 3 ประการข้างบนนี้ ก็คือ

1. คงความเป็น timeline เอาไว้ ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดในกระทู้เป็นเรื่องสำคัญ
2. ทำความเห็นให้  transparent ไม่ต้องกดเยอะเกิน ข้อมูลอะไรที่ซ่อนอยู่ในหน้า ต้องกดเพื่อดู แปลว่ามันสำคัญน้อยกว่าสิ่งที่แสดงชัดอยู่ในหน้า เช่น ความเห็นย่อย ซึ่งในหลายๆกระทู้อาจจะเป็นไฮไลท์ได้
3. differentiate ความเห็นในลักษณะต่างๆ เช่น ความเห็นที่อยากเรียกคนอื่นมามุงเยอะๆ ความเห็นนี้สำคัญกับตัวเอง ความเห็นที่ตัวเองโพสต์ เป็นต้น
4. personalise การอ่านกระทู้ของแต่ละคน เช่น การปักหมุด การเลือกอ่านเฉพาะสิ่งที่อยู่ในเงื่อนไขที่ต้องการ

 

ตัดจบ.

ประสบการณ์การใช้งาน กล้อง Canon Powershot N ของข้าพเจ้า

 

ติดไว้นานแล้วว่าจะรีวิวกล้องตัวล่าสุดที่ซื้อมาใช้เล่น มีนามว่า Powershot N ของค่าย Canon นี่เอง

กล้องกระทัดรัดตัวนี้เพิ่งเข้าไทยได้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา (ปี 2556)
จุดประสงค์ของการซื้อมาใช้ก็คือ ช่วยแก้ปัญหาความกากของภาพจากมือถือที่มีอยู่ โดยที่ไม่เป็นภาระเพิ่มที่มากเกินไป

จุดเด่นของมันก็คือ ความเบากระทัดรัด น่ารักน่าใช้นี่แหละ รูปข้างล่างนี่ ถือโดยไม่ต้องเกร็งนิ้วอะไร เอานิ้วถือได้โดยที่เส้นเอ็นยังไม่ปูดมากขึ้นกว่าเดิม

canonpowershotn008

Read more…

iPhone 4 กับ Galaxy Note 2 ในทรรศนะของข้าพเจ้า

ใช้ Galaxy Note 2 มาได้ราวๆ 2 เดือนแล้ว โดยที่ยังใช้ iPhone4 ของเดิมอยู่ คิดว่าน่าจะมีอีกหลายคนที่อยากรู้ว่า สองตัวนี้ มันแตกต่างกันอะไรยังไง ก็เลยมาอัพบล็อกเล่าถึงประสบการณ์ในการใช้งานกันจ้ะ
จะอัพให้เป็นข้อๆ จะได้อ่านได้นะ สป๊งสเป๊กอะไร บล็อกนี้ไม่เขียนนะ เอาจากฟิลลิ่งและประสบการณ์ล้วนๆ

Read more…

Loyalty อันว่าความจงรักภักดีของลูกค้า

วันนี้คุ้ยๆโต๊ะแล้วเจอว่ามีเนื้อหาจดในเศษกระดาษแผ่นหนึ่ง
ซึ่งไปจดมาจากเว็บหรือหนังสือเล่มไหน ก็ดันไม่ได้จดไว้ด้วย จดไว้แต่เนื้อหา
อ่านดูเข้าท่าดี ไม่อยากขยำทิ้งเลยผ่านไป ก็เลยเอามาบันทึกไว้ตรงนี้ด้วย
(ขออภัยแหล่งที่มา ที่ไม่สามารถระบุได้จริงๆ)

 

เมื่อเรานึกถึงลูกค้าประจำ เรามักจะคิดว่า ลูกค้าประจำแต่ละคนก็เหมือนๆกันแหละ ก็เอาตังมาให้เราเหมือนกัน
แต่จริงๆแล้ว การเป็นลูกค้าประจำ มันแบ่งได้เป็นสองประเภท นั่นคือ

1 Behavioral Loyalty
คือ การมาเป็นลูกค้าประจำด้วยพฤติกรรมหรือความเคยชิน เช่น ทำงานอยู่ออฟฟิศข้างบนตึกเดียวกัน อยู่แถวบ้าน ทางผ่าน สะดวก หาใครที่ดีกว่าไม่ได้แล้ว ฯลฯ

2 Attitudinal Loyalty
คือ การมาเป็นลูกค้าที่อยากกลับมาอีก เพราะมีความพึงพอใจกับเรา ซึ่งอาจจะอยู่ไกลจากเราคนละมุมเมือง หรือผ่านมาเจอ ก็ได้
การเป็นลูกค้าประจำด้วยพฤติกรรม แต่ไม่ได้มีความพึงพอใจ จะทำให้เป็นลูกค้าที่ไม่ยั่งยืน
ส่วนการเป็นลูกค้าที่อยากกลับมาหาเรา แต่ไม่ได้มาเป็นประจำ จะทำให้เป็นลูกค้าที่ไม่ทำรายได้ให้เรานัก

ลูกค้าประจำนั้น ไม่ใช่ทุกคน ที่จะทำรายได้กำไรงามๆให้เรา
และลูกค้าประจำที่ทำรายได้งามๆให้เรานั้น ก็ไม่ใช่ทุกคนที่เราควรเก็บไว้

 

ดังนั้น ลูกค้าประจำที่เราควรเก็บไว้ ก็ควรจะมีคุณสมบัติ มาใช้บริการประจำ จ่ายแต่ละครั้งก็ทำให้เราได้กำไรดี รวมไปถึงแนวโน้มในอนาคตด้วย และที่สำคัญก็คือ ทัศนคติที่ดีกับเรา

 

ลูกค้าประจำของคุณเป็นลักษณะไหนกันบ้าง ว่างๆลองสังเกตเล่นๆ เพื่อลองปรับกลยุทธ์ดูก็ได้นะ

อย่าลืมคิดค่าคิด

ปัญหาเรื้อรังในวงการเพลงที่เราได้ยินมาเป็นสิบปี นับตั้งแต่แวมไพร์ระบาด ก็คือ
ต้นทุนของเพลง เท่ากับค่าผลิตซีดีแผ่นหนึ่ง บวกปกนิดหน่อย
แม้แต่คนที่มีการศึกษา จบปริญญา จบด็อกเตอร์ ในประเทศนี้ ก็ยังคิดแบบนี้กันเยอะแยะ

เราเดาเอาว่า การที่เรายังไม่ได้หลุดจากยุคอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน
ทำให้เราคิดค่าแรงโดยถือเอาชั่วโมงการทำงานเป็นหลัก
ในหนึ่งชั่วโมง เราต้องผลิตให้ได้เท่านี้ๆ
ซึ่งมันทำได้ ถ้าไม่ต้องใช้สมอง มีระบบพร้อม เครื่องจักรพร้อม
เมื่อเราเขยิบมาในยุคที่งานต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ใช้สมองในการหาโซลูชั่น
ค่าสมองก็ยังเป็นสิ่งแปลกใหม่ ที่แม้แต่คนทำงาน ก็อาจจะยังมองข้าม
ยิ่งในกลุ่มคนที่ไม่นิยมการเป็นคนบุกเบิก แต่เป็นคนเดินตามอย่างใกล้ชิดติดเทรนด์
อะไรสำเร็จก็ค่อยเลียนแบบก็แล้วกัน
จะทำอะไรก็ต้องมีตัวอย่าง เคสของชาวบ้านเขาเคยทำมาแล้วที่นั่นที่นี่
ไม่งั้นคนจ้างก็จะไม่ทำ หรือคนรับจ้างก็ไม่กล้าเสนอ
ทำให้ค่าสมองยิ่งเป็นสิ่งที่แสนแพงและไม่จำเป็น

ซึ่งมันก็ทำให้คนที่เขาตั้งใจคิดงานจริงๆด้วยทั้งประสบการณ์ ความสามารถ และความใส่ใจ
ขาดทุนในงานนั้นๆ

เวลาที่เรา propose ลูกค้า แม้แต่งานที่ต้องใช้หัวคิดเป็นหลัก
เราก็มักจะคิดค่าแรงที่คำนวณตามชั่วโมงที่ทำงาน และต้นทุนที่จับต้องได้ แล้วก็เผื่อภาษีไปอีกนิดหน่อย
เรามักไม่กล้าที่จะใส่ค่าคิดลงไป ไม่ว่าจะใส่แบบเนียนๆ หรือใส่แบบโต้งๆ ก็ตาม

มันไม่ได้หมายความว่า งานที่ใช้หัวคิด ห้ามจำกัดเวลาในการคิด
แต่ในงานที่ต้องใช้การค้นคว้า วิเคราะห์ คิดหาคำตอบอย่างสร้างสรรค์
แน่นอนที่มันจะไม่เหมือนการโกยๆอะไรใส่เครื่องจักรแล้วมันก็ออกมาเป็นกระป๋องตามจำนวนที่กำหนด
การจะให้ลูกค้าตระหนักถึงค่าสมอง ค่าประสบการณ์ ของเรา เราก็ต้องทำให้เขาเห็นว่ามันมีอยู่ในค่างาน
ถ้าเรายังไม่เห็นว่าต้องคิดค่าคิด ลูกค้าเราก็จะไม่เห็นเหมือนกัน

การที่มีค่าคิดใน quotation ของเรา ถึงแม้มันจะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแพงและอยากเอาออก
แต่อย่างน้อย มันก็ทำให้เขารู้แล้วล่ะว่า ในโลกนี้ ความคิดก็มีราคา

ส่วนอยากจะให้ลดราคาค่าความคิดหรือไม่ ก็เป็นเรื่องต้องว่ากันอีกที

ส่งหลักฐานการโอนเงินมาที่แฟ็กซ์?

เราเป็นคนหนึ่งที่ตัดสินใจไม่สมัครสมาชิกนิตยสารและคอร์สต่างๆอยู่หลายที่
เพียงเพราะว่า ในการชำระเงินด้วยการโอนเงิน เขาให้แฟ็กซ์หลักฐานการโอนเงินไปให้อย่างเดียว
ไม่มีการเขียนบอกว่าจะอนุโลมการถ่ายรูปสลิปด้วยมือถือแล้วส่งไปทางอีเมลได้

 

แล้วบ้านเราหรือบ้านชาวบ้านปรกติทั่วไป มีแฟ็กซ์ซะที่ไหนล่ะ?
ถ้าจะสมัครนิตยสารสักเล่ม ต้องกรอกใบสมัคร แล้วก็ไปโอนเงิน แล้วก็หาร้านส่งแฟ็กซ์ให้
หรือไม่ก็เอาแฟ็กซ์ที่ทำงานใช้
นี่แสดงว่าต้องมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะได้มานะ
ถึงได้ยอมลงทุนลงแรงหลายขั้นตอนอย่างนี้

 

ไม่นับกรณีบริษัทต่อบริษัท กิจการต่อกิจการ ที่ใช้แฟ็กซ์กันเป็นปรกติ
พูดถึงแค่ในกรณีกิจการต่อลูกค้าที่เป็นผู้บริโภคทั่วไป เท่่านั้น
การที่ต้องให้โอนหลักฐานการโอนทางแฟ็กซ์
มันเป็นการตรวจสอบยอดที่น่าจะเอาท์ไปได้แล้ว และเป็นการอำนวยความสะดวกแก่กิจการเป็นหลัก

กิจการมักนึกว่า ก็ให้ลูกค้าทำแค่นี้เอง ทำแค่นั้นเอง

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกรอกข้อมูลส่วนตัวยาวเหยียด
ให้เปิดเผยเลขบัตรประชาชน วันเกิด เงินเดือน
หรือการจ่ายเงินอันรุงรัง
และอื่นๆ
แม้ว่าสมัยนี้จะยังสามารถบังคับให้ลูกค้ากรอกนั่น ทำนี่ได้อยู่
แต่เอาเข้าจริงๆก็ไม่ใช่เรื่องที่มีประสิทธิภาพ
และยังเป็นการยึดติดกับการคิดว่า ยังไงลูกค้าก็มาหา ยังไงลูกค้าก็ต้องทำนั่นนี่ให้เรา

ซึ่งในความเป็นจริง นับวัน คู่แข่งทางธุรกิจมันยิ่งเยอะ
ถ้ากิจการไม่ได้โดดเด่นเด้งดึ๋งไม่แคร์สื่อจริงๆ แบบลูกค้ายังไงก็ต้องง้อ
ก็ควรจะนึกถึงใจของลูกค้าให้มาก
ไม่ใช่ว่าลูกค้าคือพระเจ้า แต่คือคนที่เขาเลือกได้ว่าจะเอาเงินมาให้เราหรือไม่
และมันอยู่ที่ว่าเราต้องการลูกค้าแบบไหนที่จะมาเห็นเราเป็นตัวเลือกในสายตา

 

ป.ล.
http://www.magnation.com/ เจ๋งดีเหมือนกัน

 

%d bloggers like this: