ประวัติส่วนเว็บ

ความตั้งใจในการมีที่ปล่อยของที่สั่งสมมา
ตอนแรกว่าจะทำเป็นเว็บเป็นเรื่องเป็นราว
ซึ่งก็ ไม่รู้ชีวิตอะไรนักหนา
จนมาถึงวันที่รู้สึกว่า โอ๊ย รอต่อไปไม่ได้แล้ว เริ่มเลยดีกว่า
Wordpress จึงเป็นคำตอบสุดท้าย
และ iamia.me ก็ได้กำเนิดขึ้นในช่วงข้ามคืนของคนโลว์เทคคนหนึ่ง

ถึงจะบอกว่าบล็อกนี้เอาไว้ปล่อยของก็เถอะ
แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะเอาไว้เขียนสั่งสอนใคร
เรียกว่ามาแชร์ประสบการณ์และความรู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกเล่นๆ กันดีกว่า
รวมไปถึงแรงบันดาลใจที่เราได้มาและอยากส่งต่อ
เราเชื่อว่า ไม่มีใครรู้ไปทุกอย่าง และคนอย่างเรา เรื่องที่คิดว่ารู้แล้ว
ก็อาจจะรู้ไม่จริง รู้ไม่พอก็ได้
จึงขอเป็นช่องทางที่จะเผยแพร่สิ่งต่างๆเหล่านี้
พร้อมกับผู้อ่านที่(เราแอบบังคับให้)ช่วยขัดเกลาในสิ่งที่ยังต้องการการปรับปรุง เพิ่มเติม
บล็อกนี้จะอยู่ไม่ได้ถ้าปราศจากผู้อ่าน
เพราะก็จะไม่ต่างอะไรกับการที่เราเก็บทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในสมองตัวเอง อย่างที่ผ่านๆมา

บล็อกนี้กำเนิดขึ้นด้วยความสนใจที่จะเผยแพร่ความรู้ ความคิดเห็น ข้อมูลข่าวสาร เทรนด์ เกี่ยวกับธุรกิจ การตลาด และ User Experiences ที่เกี่ยวข้องกับโลกออนไลน์ เพื่อให้คนไทยได้เกิดความคิดสร้างสรรค์ สร้างผลงานและธุรกิจที่มีคุณภาพ ให้ใช้กันทั่วประเทศ หรือแม้กระทั่งทั่วโลกได้

อนุญาตให้นำไปเผยแพร่ได้ จะเอาไปทั้งดุ้นก็ได้ โดยที่อ้างอิง URL กลับมา และกรุณาบอกด้วยว่า นำไปเผยแพร่ไว้ที่ไหน (เผยแพร่นะ ไม่ใช่ลอก) จะได้ตามไปชื่นชม

สงสัยประการใดติดต่อเจ้าของบล็อกได้ ผ่านทาง Twitter @malimali หรือฝากข้อความไว้ในบทความได้

ประวัติส่วนตัว

จบตรีสถาปัตย์ สามย่าน
แทนที่จะเป็นสถาปนิกตึกรามบ้านช่องอย่างที่จบตรีมา
ไปต่อโท Interactive Media ลันดั้น
เป็นสถาปนิกในโลกดิจิตอลแทน

ประสบการณ์ส่วนใหญ่มาจากการทำงานโดยตรง
เริ่มทำงาน(เล่นๆ) เป็น Web Designer เมื่อ 1997
เป็น Information Architect & Usability Designer มาตั้งแต่ปี 2003
ทำหน้าที่วางแผนโครงสร้างระบบ Web Application, Social Network, Application, งาน Interactive ต่างๆ

ระหว่างนี้ก็ได้มีโอกาสไปเป็น Speaker ที่ IA Summit 2005 ที่จัดที่ Quebec, Canada
เนื่องจากอยากไป แต่ไม่อยากไปเปล่า อยากได้ส่วนลดค่าเข้างานด้วย
เลยส่งเรื่องที่จะพูดไป ได้แก่ IA and Everyday Life
แล้วก็ได้รับคัดเลือกให้ไปเป็นหนึ่งใน Speaker ในงานนั้น
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นอะไรที่ใหญ่โต อลังการ โด่งดัง คนฟังมากมาย
ก็ยังเป็นคนตัวเล็กๆที่ไม่มีใครรู้จักเหมือนเดิม
แต่ก็รู้สึกคิดไม่ผิดเลยที่ได้ไป
นอกจากจะได้มีโอกาสคุยกับฝรั่งที่ทำงานอยู่ในองค์กรระดับชาติ
อย่างเช่น Nasa, กระทรวงต่างๆในแคนาดา แล้ว
ก็ยังได้ข้ามเส้นความกลัวในความเป็นคนตัวเล็กๆในประเทศเล็กๆที่ออกสู่โลกกว้างได้สำเร็จด้วย

หลังจากกลับมา ทัศนคติเชิงบวก ก็ยิ่งบวกเข้าไปมหาศาล
ประกอบกับชีวิตที่ได้ทำงานร่วมกับคนต่างชาติตลอดเวลา
ไม่ว่าจะเป็นฝรั่ง จีน แขก
มันยิ่งทำให้เราเห็นว่า คนที่จะไปได้ไกล ไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด
แต่คือคนที่มีทัศนคติที่ดีกับตัวเองและกับโลกใบนี้
คนที่เห็นกำแพงเป็นความท้าทาย
ถ้าคนไทยมีทัศนคติอย่างนี้ได้ การไปได้ไกลนั้น ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องเพ้อฝันเลย
เราไม่ได้เก่งน้อยกว่าใครในโลกนี้ ไม่ว่าจะโกอินเตอร์หรือไม่โกอินเตอร์
อย่าให้ทัศนคติความเป็นคนเล็กๆ ในประเทศเล็กๆ ทำให้เราไม่ก้าวไปข้างหน้า
อย่าให้ความมักง่ายในการทำงาน แล้วอยู่รอดไปวันๆ
ทำให้ประเทศชาติขาดผลงานสร้างสรรค์ดีๆไป

เราอยากอยู่ในโลกแบบไหน?
เราอยากอยู่ในโลกที่มีแต่การตามบริโภคหลังคนอื่น ไม่มีความคิดสร้างสรรค์
ไม่มีแรงบันดาลใจ มีแต่ความมักง่าย ปฏิเสธข้อผิดพลาด หรือเปล่า?

เมื่อไหร่ที่เรารู้สึกท้อ รู้สึกไปไหนไม่ได้ไกล
แล้วถ้าได้นึกถึงวันที่เราตัดสินใจอย่างกล้าๆกลัวๆในการเดินทางไปแคนาดา
เมื่อไหร่ที่เราคิดได้ว่า ไม่มีอะไรจะเสีย
เมื่อนั้น เราจะสามารถทุ่มเทการกระโดดข้ามกำแพงไปได้ อย่างไม่ต้องกังวล

แวบจากวงการไปเป็น Project Manager อยู่หนึ่งปี
เพราะอยากได้ประสบการณ์จริงที่ไม่ต้องไปเรียน
แล้วก็กลับมาทำงานด้านดิจิตอลใหม่อย่างเต็มตัวเหมือนเดิม

สองปีที่แล้วได้มีโอกาสเขียนหนังสือที่ได้พิมพ์จริงๆอยู่หนึ่งเล่ม
ทีแรกว่าจะเขียนเกี่ยวกับ Usability, Information Architecture
แต่นายทุนจะไม่เก็ตเอา
เลยทำเป็นคู่มือการออกแบบเว็บอีคอมเมิร์ส แบบเวิร์ก เวิร์ก
โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรงไอซีที สมาคมอีคอมเมิร์ส และสมาคมผู้ดูแลเว็บ
อย่าแปลกใจที่ไม่เห็นวางขาย ก็เพราะมันไม่ได้วางขายนะ แจกฟรี
แจกกันสนั่นเมือง (จริงๆก็ไม่ถึงขนาดนั้น)
เป็นหนังสือที่ใช้เวลาเขียนสั้นแต่เปลืองพลังงานมาก
และเผื่อแผ่ความเปลืองพลังงานไปถึงคนรอบๆตัวได้
เมื่อหยิบมาพลิกดูทีไร ก็รู้สึกดีเหมือนกัน เพราะว่าเนื้อหามันดีจริงๆนะเนี่ย เอ้อ

อย่างไรก็ดี ก็น่าจะใกล้ได้ฤกษ์อัพเดทแล้วล่ะ

ตอนนี้ฝึกเป็น Business Dev/Consultant เรื่องธุรกิจออนไลน์ด้วยเนื้องานจริงไปเรื่อย ๆ
ควบคู่ไปกับการเป็น Information Architect เหมือนเดิม
(เพราะยังไม่มีใครทำแทนได้ แฮ่ๆ)

ที่เพิ่มเติมคือ ตอนนี้มีร้านคาเฟเล็กๆของตัวเอง ที่เพิ่งครบรอบไป 2 ปีแล้วจ้า
แต่ก็ยังไม่ทิ้งงานอื่นอยู่ดี

ทวิต ไปที่ http://www.twitter.com/malimali/
ดูเรซูเม่ ไปที่ http://th.linkedin.com/pub/budsapa-keeratikrainont

คิดว่าเราทำอะไรให้ได้บ้าง ก็ลองมาคุยกันดูจ้ะ

หน้านี้อัพเดทล่าสุดเมื่อพฤศจิกายน 2559
แก้คำไม่เยอะ ขี้เกียจ