สิบกว่าปีผ่านไป เราก็พบว่า ก็ยังมีหลาย ๆ ครั้งที่เราได้ยินคำถามว่า คนที่เป็น IA มีคุณสมบัติอะไรเป็นพิเศษบ้าง นอกจากจะเป็นตำแหน่งที่โต๊ะทำงานรกที่สุดในออฟฟิซตลอดกาล

ล่าสุด เรื่องของ Multipotentiality (การมีความสนใจหลายอย่าง ถ้าเป็นคนเขาเรียกว่า Multipotentialite) เริ่มจะเป็นที่ได้ยินมากขึ้นในสังคม ตาม ๆ ความเป็น Introvert กันมา ทำให้เรานึกขึ้นได้ว่า นี่แหละคือคุณสมบัติที่ชัดเจนอีกข้อหนึ่งในหลาย ๆ ข้อที่คนคิดจะเป็น IA ควรจะเป็น

‘โดยเฉพาะ IA ที่ไม่ได้เป็นเพียงคนรับบรีฟแล้วก็ทำตามบรีฟเท่านั้น’

การเป็น IA หรือ Information Architect นั้น (หรือ ในปัจจุบันหลาย ๆ ที่จะฮิตคำว่า UX มากกว่า ซึ่ง UX จะว่าไปก็เป็นคำ Umbrella ที่ครอบ IA และอื่น ๆ อีกทีนึง) โดยพื้นฐาน ไม่ได้ต่างกับนักออกแบบสายอื่น ข้อหนึ่งในหลายข้อนั้นก็คือ ความสามารถในการเข้าใจบริบทของลูกค้า ซึ่งบริบทลูกค้าแต่ละรายนั้น แตกต่างกันทั้งขั้นต้น และในขั้นตอนรายละเอียด เช่น ลูกค้าสองราย อาจจะมีบริบทในสายธนาคารกันทั้งคู่ แต่รายละเอียดของธุรกิจตนเองในบริบทวงการธนาคารนั้น แน่นอนว่า ไม่เหมือนกัน

เราไม่มีทางรู้จักเรื่องของลูกค้าไปได้ดีกว่าตัวลูกค้าเอง แต่เราต้องมีความเข้าใจที่”มากพอ”ที่จะออกแบบสร้างสิ่งที่เรื่องของเขานั้นสามารถสวมใส่เข้าไปได้ และควรจะสวมใส่ได้อย่างสบายดีด้วย

การที่เป็นคนที่มีความสนใจหลากหลาย อะไรก็สนใจจะรู้ไปเกือบหมด ทำให้”ฉันทะ”ในการจะทำความเข้าใจอะไรบางอย่างใหม่นั้นมีสูง มีการเชื่อมโยงที่เหมาะสมและเป็นเหตุเป็นผลทำได้ง่ายขึ้น ทำให้เข้าใจเรื่องราวใหม่ๆของธุรกิจลูกค้าได้เร็วขึ้น ถามคำถามตรงจุด และเก็บ requirement ได้กระชับขึ้น

ตรงกันข้ามกับคนที่สนใจอะไรเป็นอย่าง ๆ ไป ที่จุดแข็งแรงอยู่ที่สิ่งที่สนใจเป็นหลัก แต่นั่นก็ทำให้ “ฉันทะ” และ “วิริยะ” อาจจะน้อยตามในการพยายามทำความเข้าใจอะไรต่อมิอะไรที่ไม่ได้มีความสนใจเป็นที่ตั้ง

ความสนใจที่หลากหลาย ทำให้เรียนรู้ “ศัพท์ในวงการ” ได้หลายวงการ แม้ว่าจะไม่มีวันคล่องเหมือนคนที่เขาทำงานอยู่ตรงนั้นทุกเมื่อเชื่อวัน แต่ก็จะทำให้เรา blend in กับฝ่ายลูกค้าได้ ลูกค้ามักจะมีความเชื่อถือเรามากขึ้นเพราะเราแสดงความเข้าใจเขา  แล้วถ้าบังเอิญเป็นธุรกิจที่เราเคยมีประสบการณ์มาบ้าง เราก็ยิ่งเป็นประโยชน์กับโปรเจคมากเป็นทวีคูณ เพราะนอกจากเราจะทำตามโจทย์ได้แล้ว เรายังสามารถเห็นช่องทางสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ที่เป็นไปได้กับการพัฒนาโปรเจคได้อีกด้วย

การสนใจ “บริบท” ของโปรเจค จึงเป็นสิ่งที่ “ควรมี” ของคนที่จะมาเป็น Information Architect แต่ก็ไม่ได้แปลว่า จะต้องเป็นคนที่ไม่มีเรื่องที่ไม่สนใจเลย เราอาจจะเจอโปรเจคที่มีบริบทที่เราไม่เคยสนใจมาก่อน หรือไม่คิดว่าจะอินเลยก็ได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นคนที่มีพื้นฐานความสนใจหลากหลายอยู่แล้ว การสร้างฉันทะในเรื่องที่ไม่อิน (แต่เป็นงาน) ก็ไม่ยากจนเกินไป