S__9289795

(ภาพประกอบใช้เพื่อสร้างบรรยากาศ)

ประสบการณ์ที่เคยผ่านงานประจำมา มีหลาย ๆ ครั้งที่เราก็ยังนึกถึงและนำมาใช้เตือนตนอยู่จนทุกวันนี้

มีอันหนึ่งที่จำได้เป็นพิเศษ เมื่อตอนไปขอทำงานเป็น Product Manager ที่บริษัทแห่งหนึ่ง เพื่อจะเข้าใจการทำงานว่าคนเป็น “ผู้จัดการ” นั้นต้องทำอะไร มีทักษะอย่างไร และได้เปิดประสบการณ์ด้านการทำงานร่วมกับโรงงานอุตสาหกรรมและลูกค้าต่างชาติด้วย

เจ้านายที่นี่เป็นเจ้านายที่สอนลูกน้องอยู่เสมอ ตัวเราอาจจะไม่มีโอกาสทำงานใกล้ชิดกับบอสใหญ่ ๆ ในบริษัทท็อปเทนของประเทศ แต่เราก็เชื่อว่า เจ้านายคนนี้ก็สอนลูกน้องได้เข้าท่าไม่แพ้ใคร และเราก็ว่าเราโชคดีที่เคยได้ทำงานกับแก

แกสอนว่า “Product Manager ไม่ใช่เครื่องถ่ายเอกสาร”
.
.

ในเวลาที่เราเป็นผู้จัดการ แปลว่า เรามักจะอยู่ระหว่างคนอย่างน้อยสองคน นั่นก็คือ เราเป็นคนกลาง

ชีวิตนี้เราพบเจอผู้จัดการที่ทำตัวเป็นเครื่องถ่ายเอกสารอยู่มากมาย ด้วยความที่เป็นคนกลางที่อำนาจการทำอะไรจริง ๆ แล้วไม่ได้มีอยู่กับมือมากนัก ทำให้ผู้จัดการกลายร่างเป็นเครื่องถ่ายเอกสารได้ง่าย ๆ ลูกค้าว่าไงมา ก็ copy & paste ให้ supplier ไปตามนั้น Supplier ว่าไงมา ก็ copy & paste ให้ลูกค้าไปตามนั้น

ทั้ง ๆ ที่หน้าที่ PM เป็นหน้าที่ที่สำคัญที่จะทำให้โปรเจคมันเดินไปได้อย่างเรียบร้อยที่สุด โดยมีหัวข้อหลัก ๆ เท่าที่นึกออกตอนนี้ประมาณนี้

– ทำตัวเป็น Buffer ฉนวนกาซ่า ลดความขัดแย้งระหว่างสองฝ่ายสามฝ่ายอะไรก็ว่าไป

– ทำตัวเป็นน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร จัดการกับข้อมูล เอา Data มาแปลงเป็น Info เพื่อให้ทุกฝ่ายทำงานได้เร็วขึ้น ง่ายขึ้น

– ทำตัวเป็นห้องสมุด ใครไหนอยากจะอ้างอิงอะไร เราต้องมี และเราต้องคิดได้ด้วยว่า อะไรควรมี ก็ไปทำให้มี

– ทำตัวเป็นปฏิทิน รักษาเวลาของทุกฝ่าย แต่ไม่ใช่สักแต่ว่า “บี้คนข้างล่าง” แต่ต้องสามารถ “ตัดคนข้างบน” ได้ด้วย

– ทำตัวเป็นเป็ด เข้าใจบริบทของทุกฝ่าย มีความรู้มากพอในงาน ไม่งั้นจะจัดการไม่ถูกจุด กลายเป็นคนที่ทำให้งานยิ่งช้า แล้วทุกคนจะเหม็นเปรี้ยว

– ทำตัวเป็นคลับฟรายเดย์ เป็นที่ปรึกษาของทุกฝ่ายได้ เป็นเพื่อนคุยยามเพื่อนว้าเหว่

– ทำตัวเป็นนักการเมืองที่พยายามให้ทุกคนชอบ การที่ PM โดนฝ่ายไหนเหม็นเปรี้ยวคือความซวยในการทำงาน +1 level

– ทำตัวเป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว แม้ว่าเธอไม่เคยเป็นอะไรกับฉันเลย

เท่าที่ทำมา เราว่า PM อาจจะฟังดูเป็นตำแหน่งที่เก๋ ดูมีอำนาจ แต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่ตำแหน่งงานที่ง่าย เงินเอยก็ไม่ใช่ของเรา อำนาจเอยกำลังการผลิตเองเอยแม่งก็ไม่มี แต่ต้องจัดการให้ได้อะ เอ้อ เก่งปะล่ะ

PM หลายท่านก็เลยมีจุดจบเป็นเครื่องถ่ายเอกสารไปวัน ๆ ให้บ่าววีมอบมงเป็นขอนไม้ประจำโปรเจค แล้วมองดู Supplier กับลูกค้าฟาดฟันกันฝุ่นตลบกันไป

แม้ในความเป็นจริง หลาย ๆ คนในสังคมยินดีเป็นสารแขวนลอย เพียงเพราะต้องการเงินเดือน เราก็ยังรู้สึกว่า คนเราควรรู้สึกถึงคุณค่าของการทำงาน เพราะการทำงานมันกินเวลาชีวิตเราไปไม่ต่ำกว่าครึ่งค่อนชีวิต

มันไม่ได้แปลว่าต้องลาออกไปหาฝันว่าตัวเองอยากทำอะไรในชีวิตนี้ แต่มันแปลว่าเวลาครึ่งค่อนชีวิตที่ใช้ไปกับการทำงานหาเงินน่ะ มันยังเป็นชีวิตที่ meaningful ได้ มี ethics ในการทำงานได้ คุณไม่ต้องใช้เวลา 8-12 ชั่วโมงต่อวันในการทำงานส่ง ๆ ไปวัน ๆ โดยตัวคุณเองและคนรอบข้างไม่ได้ประโยชน์เห็บเหาอะไรเลย

ไม่ว่าโลกข้างนอกจะปาอะไรห่วย ๆ ใส่หน้าคุณ แต่งานของคุณเป็นการกระทำของคุณ คุณทำมันได้ด้วยกุศลจิต ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา โดยที่ไม่มีใครบังคับคุณให้ไม่มีได้