นานๆทีเราจะได้มีมือถือที่ไม่ได้ซื้อเอง มาเล่นอยู่ในกำมือ

มีน้องที่เห็นผ่านไปผ่านมาในโลกออนไลน์บ้าง ในโลกออฟไลน์บ้าง ให้มือถือซัมซุงมาทดลองใช้
และด้วยความที่เราเห็นว่า เออ ประจวบเหมาะดี เพราะเรานึกๆอยากได้แอนดรอยด์ไว้ใช้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว
แล้วด้วยความที่เป็นคนประหยัด (พูดแบบมองโลกในแง่ดี) ก็เลยจดๆจ้องๆ ชั่งใจจะซื้อดีไม่ซื้อดีมาจนบัดนี้

สิ่งหนึ่งที่เราว่า เจ้าของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่จะเข้าตลาด หรือแย่งตลาด ต้องประสบก็คือ
การที่ผู้บริโภคไม่ยอมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ง่ายๆสักเท่าไหร่นัก
ยิ่งการเรียนรู้ระบบการทำงานแบบใหม่ๆแล้ว
ยากยิ่งกว่าเปลี่ยนจากกินมาม่ามาเป็นไวไว แฟ้บมาเป็นโอโม่ ไม่รู้กี่เท่า

นี่เป็นเหตุผลง่ายๆที่อธิบายว่า
ทำไมคนใช้โนเกียจนชิน จึงมักจะซื้อโนเกียต่อไป คนใช้บีบีจนชิน ก็จะใช้บีบีต่อไป
คนใช้ไอโฟนจนชิน ก็จะใช้ไอโฟนต่อไป และคนใช้ซัมซุงจนชิน ก็จะใช้ซัมซุงต่อไปเช่นกัน

แต่เมื่อโลกของมือถือเปลี่ยนไป UI ส่วนใหญ่ไปอยู่บนจอที่ทัชสกรีน
การเปลี่ยนจากยี่ห้อหนึ่งเป็นยี่ห้อหนึ่งที่มีระบบปฏิบัติการเหมือนกัน จึงเป็นเรื่องที่โอเคกว่าเดิม

ถึงกระนั้น มันก็ยังมีความเคยชินในการใช้งานระหว่างระบบบีบี ไอโฟน วินโดวส์ และแอนดรอยด์ อยู่ดี

หลายๆคนที่บ่นว่า วินโดวส์ เป็นระบบปฏิบัติการบนมือถือที่ซัคซี้ดที่สุด
แต่ด้วยความเคยชิน และเริ่มใช้ชีวิตกับ smartphone เป็นครั้งแรกด้วยวินโดวส์
เรากลับไม่รู้สึกว่า มันใช้ยากเวอร์อย่างที่บ่นกัน
(คืออาจจะเป็นเพราะว่า เรามั่นใจว่า มือถือมันฉลาด เรามันโง่เอง ก็ได้ 555)

พอเปลี่ยนมาเป็นบีบีเพราะอยากอินเทรนด์กับเขาบ้าง
ก็ยังไม่รู้สึกว่า มันจะยากอะไรเท่าไหร่กัน ออกจะง่ายกว่าวินโดวส์ด้วย
ง่ายจนรู้สึกว่าไม่เห็นจะต้องเปลี่ยนเป็นไอโฟนเลยอะ

และเมื่อมีโอกาสเปลี่ยนเป็นไอโฟนจริงๆ ถึงแม้ทุกวันนี้ ก็ยังรู้สึกบางอย่างไม่ค่อยเมคเซนส์
แต่วิธีการใช้งานของไอโฟน มันก็ทำให้รู้สึกยากขึ้นที่จะเปลี่ยนไปเป็นแอนดรอยด์แล้ว
และเท่าที่เล่นแอนดรอยด์มา เราก็คิดว่า เออ เวลาในการเรียนรู้ มันอยู่ที่ mindset ของผู้ใช้ด้วย
อยู่ที่ว่าผู้ใช้โดยสปอยล์ด้วย mindset แบบไหนมา

การมอง Galaxy Y วันนี้ เราจึงมองด้วยสายตาของคนที่หามือถือแอนดรอยด์
เพื่อเป็นมือถืออีกเครื่อง ไม่ใช่มือถือหลักที่จะถือเพียงเครื่องเดียว
(จริงๆคือจะเอามาเล่นแอพ where.in.th กับ molo.me เป็นหลัก นั่นเอง -_-” )

.

.

ในที่นี่ เราไม่พูดถึงการทำงานของแอนดรอยด์ละกันนะ
เพราะการทำงานก็คงเหมือนแอนดรอยด์อื่นๆในมือถืออื่นอะนะ
ฉะนั้น เรามาว่าด้วยเรื่องของ กาแลคซี่ วาย ที่ได้มาเลยดีกว่า

.

ราคาที่ขายที่ AIS คือ 4,790 บาท รวม VAT แล้ว
ก็นับว่า เป็น Smartphone ที่ราคาเบาอย่างเห็นได้ชัด
(ห้ามไปเทียบกับโทรศัพท์ที่ไม่ใช่ Smartphone นะ อย่างนั้นยังไงนี่ก็แพงกว่าเยอะอยู่ดี)

CPU เขาว่าเร็ว ไม่ต้องรู้ว่าตัวเลขอะไร ส่วนระบบปฏิบัติการเขาว่าล่าสุด
(ซึ่งสองอย่างนี้ พอซื้อไปเสร็จปั๊บ มันก็กลายเป็นตกรุ่น มือถือรุ่นใหม่ก็ต้องใหม่กว่านี้อยู่ดี)
และก็รองรับ 3G อย่างที่ควรจะเป็นสำหรับ Smartphone เกิดใหม่ในช่วงนี้
มีหน้าจอประมาณหนึ่ง ความละเอียดของกล้องอยู่ที่ 2 เมกะพิกเซล

เปิดเครื่องมาแล้ว ต๊ะแนววว

สรุปจากที่ลูบๆคลำๆเลยก็แล้วกันนะ

1. รูปลักษณ์ ก็ไม่รู้สึกแตกต่างกับ smartphone ยี่ห้อเดียวกันหรือต่างยี่ห้อสักเท่าไหร่ ตรงนี้คงไม่ค่อยสำคัญ

2. ดูจากรูป ความกว้างไม่ต่างกับไอโฟนเท่าไหร่ ความยาวสั้นกว่าไอโฟนหน่อยนึง บางก็ไม่ได้บางน้อยกว่าไอโฟน แต่ก็ถือแล้วยังรู้สึกว่า เหมาะกับมือสุภาพสตรี และสตรีที่ไม่สุภาพ ดีเหมือนกัน

3. กล้อง ความละเอียดน้อยไปหน่อย คือก็เข้าใจว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นต่ำสุด แต่ถ้าจะตั้งเป้าหมายที่วัยรุ่นล่ะก็ กล้องน่าจะละเอียดกว่านี้อีกหน่อย กล้องดีๆยังไงก็กินได้นะ

4. แบตเตอรี่ เราก็ไม่เข้าใจนะ ว่าทำไมซัมซุงทำมือถือออกมามาก แต่ว่าใช้แบตเตอรี่ขนาดเดียวกันไม่ค่อยได้ แบตเตอรี่ของ Galaxy Y ก็เช่นกัน มีขนาดต่างกับรุ่นใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็น Mini ที่เล็กไปหรือ Gio ที่ใหญ่ไป ฉะนั้น เวลาที่มีปัญหาที่แบตทีนึง อาจจะต้องถ่อไปศูนย์ซัมซุง หรือไม่ก็ให้รุ่นนี้มันฮิตๆติดลมซะ จะได้มีอะไหล่มากๆ

5. การที่มีมือถือรุ่นใกล้เคียงกันอยู่มากมาย หน้าตาก็ไม่ต่างกัน และคุณสมบัติไม่ได้ต่างอะไรกันชัดเจน สำหรับเรา เรื่องราคาจึงมาเป็นอันดับหนึ่ง อันไหนถูกสุดก็อันนั้น เราว่า Galaxy Y มีจุดเด่นตรงนี้ชัดเจน ที่ราคาถูกกว่า smartphone ทั่วไป จะกินก็คงกินตรงนี้ล่ะมั้ง

6. Build ดี ไม่ก๊องแก๊งให้รู้สึกว่าเป็นมือถือถูกๆ (เอาเข้าจริงๆมันก็ไม่ถูกนะ มือถือราคาสี่พันกว่าเนี่ย เพราะว่ามันมี smartphone ในท้องตลาดมาก เลยทำให้รู้สึกว่านี่คือมือถือถูกแล้ว)

7. สิ่งที่ชอบอีกอย่างสำหรับมือถือซัมซุงก็คือ เป็นมือถือที่เบา หนักยังไม่ถึง 1 ขีดเลย ทำให้ไอโฟนสี่ที่ใช้อยู่ ที่ทุกวันนี้ก็ว่ามันเป็นมือถือที่หนักแล้ว มันยิ่งรู้สึกหนักตอกย้ำความรู้สึกว่ามันเป็นภาระชีวิต(ที่ฮิตมาก)เข้าไปใหญ่ ถ้ามันจะเป็นภาระเครื่องที่สอง ก็ยังรู้สึกว่ามันจะเป็นภาระนิสัยดี ไม่ค่อยเรียกร้องความสนใจอะไรเท่าไหร่

.

สรุปขมวดอีกรอบ:

เราว่า Galaxy Y นี่ มันเหมาะกับคนที่ต้องการลิ้มลองแอนดรอยด์เป็นครั้งแรก หรืออยากลองแอนดรอยด์แบบขำขำ แบบที่ถ้าผิดหวังก็ไม่เสียดายตังมากนะ และเราว่า มันเหมาะที่จะเป็นโทรศัพท์เครื่องที่สอง ในกรณีที่จำเป็นต้องพกสองเครื่องเช่นกัน ด้วยความเบาบางของมัน และเท่าที่เราเคยใช้มือถือซัมซุงมาสองสามเครื่อง เราว่าคุณภาพมันใช้ได้

ก็ลองพิจารณากันดูเองว่า อันตัวเรา เหมาะกับ Galaxy Y หรือไม่