เรามักจะได้เรียนรู้ว่า การออกแบบที่ดี ต้องทำให้เรียบง่าย ทำให้ใช้ง่าย สบาย ทำให้คนรู้สึกดีในการใช้
ให้ดูดี เป็นมืออาชีพ ไม่ป่วย
ซึ่งโดยกรณีทั่วไป มันก็ควรเป็นอย่างนั้นแหละ

แต่ถ้าเรานึกถึงความหมายที่กว้างขึ้นของการออกแบบที่ดี
การออกแบบที่ดี คือคำตอบที่ตอบโจทย์
ในบางครั้ง มันอาจจะเป็นคำตอบให้โจทย์ที่ทำให้ผู้ใช้ “ไม่พอใจ” ที่จะใช้งาน ก็เป็นได้
แต่ต้องตอบสนองความต้องการที่จะทำให้ผู้ใช้ “พอใจ” ในภายหลัง
หรือตอบสนองความต้องการของเจ้าของธุรกิจ เพื่อบางอย่าง

จาก http://www.cooper.com/journal/2010/10/making_it_suck.html 
การตั้งใจให้ห่วย มันก็มีจุดประสงค์ของมันอยู่เหมือนกันนะ
แล้วมันก็เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบอีกด้วย

ตั้งใจให้ห่วย เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

รองเท้าสเก็ตเชอร์ รุ่น Shape-Up

ซึ่งเป็นรองเท้าที่ออกแบบมาได้ผิดสามัญสำนึกในการเป็นรองเท้าที่ใส่สบาย เดินง่าย วิ่งคล่อง เป็นอย่างยิ่ง
แต่ทำไมผู้หญิงจึงซื้อมาใส่ในชีวิตประจำวัน แถมขายดีเป็นเทน้ำเทท่า (มั้ง) ?

รองเท้านี้ไม่ต่างอะไรกับเครื่องเล่นกีฬา ที่ต้องทำให้มีอุปสรรค ใช้พลังงาน และความอดทนในการใช้งาน
เช่นเดียวกับเครื่องยกน้ำหนัก เพาะกาย ที่ต้องทำให้ผู้ใช้ออกแรงคอเป็นเอ็น
เพื่อไปถึงเส้นชัยแห่งชิกแพ็ค หน้าท้องแบนราบ ขาเล็กเพรียว

ตั้งใจให้ห่วย เพื่อรสชาติของชีวิต

เครื่องเล่นหวาดเสียวทั้งหลาย หรือบ้านผีสิง เป็นตัวอย่างที่ดีของการตั้งใจให้ห่วยประเภทนี้
ยิ่งหวาดเสียว ชวนอ้วกพุ่งเท่าไหร่ เสียวท้องเหมือนมีดกรีดเท่าไหร่ รู้สึกใกล้จะตายมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเร้าใจขามาโซมากขึ้นเท่านั้น

 มุขนี้มักสงวนลิขสิทธิ์กับสวนสนุก และภาพยนตร์เท่านั้น คุณสามารถออกแบบอะไรเช่นนี้ได้
จริงๆก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันว่าทำไมอะไรที่มันหวาดเสียว แหวะ หยอง ถึงได้ถูกใจคนจำนวนมาก
หรือว่าเรามีด้านมาโซกันอยู่ในตัวเป็นธรรมชาตินะ?

ตั้งใจให้ห่วยเพื่อรายได้ที่มากขึ้น

บางธุรกิจ ไม่ต้องการให้ลูกค้าอยู่กับตัวนานๆ แต่อยากให้อยู่กับตัวแบบถี่ๆ
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือธุรกิจที่ต้องการอัตราการหมุนเวียนของลูกค้าที่สูง และเกี่ยวข้องกับพื้นที่
เพราะรายได้ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งในการใช้บริการ
เช่น ร้านกาแฟหลายๆยี่ห้อ  
ถ้าคนยังนั่งแช่เต็มร้าน นั่นหมายความว่าเขาไม่ได้รายได้เพิ่ม
เพราะลูกค้าใหม่ก็ไม่เข้าเนื่องจากหาที่ไม่ได้ และลูกค้าเก่าก็ไม่ค่อยจะซื้ออะไรทานเพิ่ม
ตรงข้ามกับธุรกิจคาราโอเกะ ที่ถ้ายิ่งลูกค้าอยู่นาน ยิ่งติดลม ก็ยิ่งดี
เพราะแนวโน้มที่จะสั่งเครื่องดื่ม(ร้องเยอะ คอแห้ง) และอาหาร (ร้องมาก หิว) ก็ยิ่งตามขึ้นไป

การออกแบบที่นั่งของสองร้านนี้ จึงแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ร้านกาแฟที่ไม่อยากให้ลูกค้านั่งนาน แม้ว่าลูกค้าอยากจะนั่งนานเพื่อโชว์แมคบุครุ่นใหม่ล่าสุดก็ตาม
ยิ่งสาขาที่มีปริมาณลูกค้าต่อวันมาก ก็จะยิ่งมีแต่โต๊ะเก้าอี้ที่ไม่เหมาะกับการนั่งทำงานนานๆ
ความแออัดของโต๊ะเก้าอี้ก็มากขึ้น ทำให้ทำอะไรส่วนตัวก็ไม่ค่อยจะถนัด ปลั๊กไฟก็มีไม่พอ
ทั้งนี้ก็เพื่อให้ลูกค้าโชว์ผลิตภัณฑ์ของศาสดาอันล่าสุดให้พึงใจแล้ว ก็ให้ลุกให้เร็วเท่าที่ทำได้
แต่ในสาขาที่ค่อนข้างมีปริมาณลูกค้าไม่ตึงบวมมาก เราก็จะเห็นชุดโต๊ะเก้าอี้ที่เหมาะกับการทำงานอยู่บ้าง
ในขณะที่ร้านคาราโอเกะเป็นโซฟา ให้นั่ง นอน ได้ตามสะดวก
ถึงแม้เด็กพนักงานจะเดินเข้าเดินออกรินน้ำเทน้ำถี่ๆให้เป็นที่รำคาญใจบวกอายเสียงร้องตัวเอง ก็ตาม
หรือแม้แต่ร้านกาแฟที่ต้องการจะดึงดูดลูกค้าให้นั่ง เพื่อร้านจะได้ไม่เงียบเหงา
ก็จะใช้เฟอร์นิเจอร์ที่นั่งสบาย เหมาะแก่การนั่งๆนอนๆ หรือเหมาะแก่การทำงาน

ตั้งใจให้ห่วยเพื่อความเป็นกันเอง

จาก http://www.lukew.com/ff/entry.asp?291
คุณ ลุค ได้บอกว่า ประโยคหนึ่งที่ลูกค้าเคยบอกกับเขา ซึ่งเขาได้ยินมากกว่าหนึ่งครั้งในชีวิต นั่นก็คือ
“we don’t want our Web site to look too good.”
เพราะการที่เว็บดูดี เนี้ยบ ตึง เปรี๊ยะ เกินไป มันจะทำให้ขาดความเป็นมนุษย์ และความเป็นตัวของตัวเอง
ต่างกับเว็บที่มีความไม่เนี้ยบ ใช้ตัวหนังสือไม่เป็นทางการ ให้ความรู้สึกเป็น Local จับต้องได้
ตอบสนองได้ตาม Context ของเรา
ซึ่งคุณ Markus Frind ผู้ก่อตั้งเว็บเดท Plentyoffish.com ซึ่งมีรายได้กว่าหมื่นเหรียญต่อวันจากกูเกิ้ล
นับเป็น Adsense User อันดับต้นๆของแคนาดา
ได้มีความเชื่อที่ขัดใจนักออกแบบอย่างมากว่า
เว็บที่ไม่สวย มักจะทำรายได้มากกว่า มีผู้ใช้แอคทีฟมากกว่า และผู้ใช้ติดใจเว็บ มากกว่าเว็บที่สวยงามดูดี
(อ้างอิงจาก http://scobleizer.com/2006/03/04/the-role-of-anti-marketing-design/)

 อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้แปลว่า พ่อมาร์คุส จะตั้งใจให้เว็บใช้งานง่อยๆ
ในขณะที่ไม่สนใจความสวยงามของเว็บ แต่พ่อมาร์คุสก็ยังเน้นในเรื่องการใช้งานง่าย ดาวน์โหลดไวไวมาม่า
และให้ความสำคัญกับเรื่อง Search Engine อยู่ดี

ก็เป็นหนึ่งกรณีที่น่าสนใจ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า ถ้าทำเว็บไม่สวยแล้วจะประสบความสำเร็จ
(ถึงแม้ว่าในเมืองไทยเอง เว็บไซต์ท็อปฮิตหลายๆเว็บจะเป็นเช่นนั้นก็ตาม)
ไม่งั้นโลกนี้เราคงไม่มีศาสดาชื่อว่าจ๊อบส์ ไอโฟนสัญญาณไม่ดี เราก็ยังบ้าซื้อกันได้เป็นเททิ้ง
และคุณ ลุค ได้กล่าวเอาไว้อย่างน่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า

1. ถ้าจะออกแบบเว็บเพียงเพื่อให้มัน “สวย” เท่านั้น มันไม่ตอบโจทย์
การที่จะ สวย หรือ ไม่สวย มันต้องตอบให้ได้ก่อนว่า คุณต้องการสื่อสารออกมาว่าอะไร
เว็บหรือบริการของคุณ คืออะไร ทำอะไรได้บ้าง และทำไมผู้ใช้ต้องสนใจด้วย

2. ถึงคุณจะไม่คิดว่าไซต์ของคุณมีคาแรกเตอร์อย่างไร
ในตอนท้ายสุด คุณก็ต้องมีคาแรกเตอร์อย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ดี
และคาแรกเตอร์นั้นก็จะเป็นตัวที่สื่อ/เล่าเรื่องราวความเป็นคุณ สินค้าบริการของคุณ
ไม่ว่าในแบบที่คุณจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม

เพราะความสำเร็จของเว็บไซต์ มันมีหลายปัจจัยรวมกัน
เราไม่สามารถจะสรุปได้ว่าเราทิ้งอะไรได้ หรือจะเอาอะไรไว้
อย่างที่บอกว่า มันต้องตอบโจทย์ และตั้งใจทำ แม้ว่าจะเป็นการตั้งใจแบบไม่ตั้งใจก็ตาม
ไซต์หลายๆไซต์ป๊อบปูลาร์ได้ด้วย content ล้วนๆ
แม้ว่าเว็บจะใช้ยากรากเลือดขนาดไหน หรืออัปลักษณ์ขนาดไหน
แต่คนก็ยังเต็มใจใช้เพราะคุณค่าของ content นั้นสูง
ถึงกระนั้น มันก็จะดีกว่าไหม ถ้าไซต์จะมีการออกแบบที่ตอบโจทย์สอดคล้องกับ content มากขึ้น
ซึ่งมันจะคอยบอกเรา ทั้งแขกเก่าและแขกใหม่ว่า อะไรเป็นสิ่งที่คาดหวังได้จากคุณ

สรุปว่า ความไม่สมบูรณ์ การทำให้ด้อยลง การทำให้ลำบาก
ถ้ามาจากความตั้งใจ นั่นคือการตอบโจทย์
แต่ถ้ามาจากความไม่ใส่ใจ ก็คงต้องคอยระวังปัญหาให้ดี

.