จริงๆจะอัพอีกเรื่อง
แต่จนแล้วจนรอดก็เขียนไม่เสร็จสักที
จนรู้สึกละอายต่อบาปครั้งนี้ยิ่งนัก
ขอเขียนเรื่องนี้ขัดตาทัพก่อนก็แล้วกัน

 
รู้จัก Social Media กันมาก็นานพอดู
วันนี้นึกครึ้มลองลิสต์ทิปในการใช้ Social Media ในแง่ธุรกิจออกมาดีกว่า
ในที่นี้ พูดถึง Social Media โดยรวมนะ ไม่เจาะจงอันใดอันหนึ่ง
เห็นเมืองนอกเขาเขียนกันโครมๆเต็มเน็ตไปหมด
ก็อยากเขียนเวอร์ชั่นภาษาไทยบ้างง่ะ อิอิ

 

1. Follower หรือ Friend ของคุณแต่ละคน ไม่ได้สนใจคุณในระดับความเข้มข้นที่เท่ากัน และไม่ถือว่า เท่ากับ “เพื่อน” ในชีวิตจริง
เพราะการคลิก Add, Follow มันง่ายดายเกินกว่าคำว่าเพื่อนจะสร้างจากปุ่มๆเดียว

 
2. Follower หรือ Friend ใน Social Media ไม่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของคุณทุกย่างก้าว สิ่งที่คุณพูดวันนี้ อาจจะสำคัญ แต่บังเอิญเขาไม่ได้ล็อกอินเข้ามา ก็พลาดกันไป

 
3. จำนวนผู้ติดตามเราในแต่ละเว็บ Social Media มักจะมีจำนวนที่ซ้ำซ้อนกัน
เช่น ใน twitter มีผู้ติดตาม 200 คน ใน hi5 มีผู้ติดตาม 500 คน
เราจะนับว่า มีคนติดตามเราทั้งหมด 700 คนไม่ได้ เพราะบางคนติดตามเราทั้งสองช่องทาง

 
4. กฏ 80/20 ก็ยังใช้ได้กับ Social Media: ผู้ติดตามเราส่วน 10-20% เท่านั้น
ที่จะให้ความสนใจกับเราเป็น 80-90% ของ effort ผู้ติดตามทั้งหมดรวมกัน

 
5. Social Media ไม่เหมือนทีวีวิทยุ ตรงที่เวลาทำพลาดแล้วหลักฐานในการมัดตัวหนาแน่นกว่า
และสามารถเก็บฉวยได้โดยผู้ติดตามเรานั่นเอง
และไม่มีคำว่า ส่วนตัวอย่างแท้จริง บน Social Media ถึงจะเป็นบทสนทนาตัวต่อตัว
ต้องคิดและทบทวนก่อนโพสอย่างมาก เพราะบางครั้ง ตกไปเพียงหนึ่งคำ อารมณ์จะเปลี่ยนทันที
เช่น การที่ลืมพิมพ์ “อิอิ” ต่อท้ายทวีต “@malimali เข้าขั้นบ้าแล้วนะ”
จึงทำให้การสัพยอก กลายเป็นการว่ากล่าวไปทันที

 
6. ใช้ Social Media หลายๆช่องทางรวมกันได้ ทั้ง Hi5, Blog, Facebook, Twitter
ขึ้นอยู่กับว่า กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเราอยู่ที่นั่นด้วยหรือเปล่า

 
7. Effect ที่จะเกิดกับ Social Media ไม่ใช่สิ่งที่ควบคุมได้เสมอไป
และเป็นสิ่งที่ดีในการเรียนรู้การตลาดแบบใหม่ที่ “ควบคุมไม่ได้” ไม่เหมือนสั่งลูกน้องให้ทำตามคำสั่ง
ฉะนั้น เจ้าของธุรกิจต้องเรียนรู้สิ่งใหม่เมื่อก้าวเข้าสู่โลก Social Media นั่นคือ “ปล่อยให้มันเป็นไป”

 

8. และ “ตอบสนองรวดเร็ว”

 
9. Social Media ต้องใส่ความเป็น “คน” เข้าไปด้วย
เพราะ Social Media เป็นที่ๆ เจ๋งเป้งในการทำการตลาดตัวต่อตัว
แต่ความเป็นตัวต่อตัวที่ลูกค้ารู้สึกเป็นมิตรได้ง่าย
ต้องเป็นตัวเป็นตัวต่อตัวที่ฝั่งเราเป็น”คน” ไม่ใช่”หน่วยงาน” หรือ “องค์กร”
นึกถึงความเบื่อที่เราได้รับจดหมายจากบริษัทเป็นแพทเทิร์นเดียวกัน เวลาที่เราคอมเพลนไปยาวๆ

 
10 Social Media แต่ละแห่งมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป
เช่น twitter มีแง่ดีในเรื่องความเร็วในการประกาศ ตอบสนอง ตอบคำถาม
facebook มีแง่ดีในเรื่อง rich media และเป็น archive เก็บสื่อ
รวมไปถึงการจัดการ event
youtube ใช้เก็บวีดีโอ
flickr ใช้เก็บรูปภาพที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

 
11. Social Media ไม่ต้อนรับ Spam
แม้ว่าดูเหมือน Spam จะรัก Social Media มากก็ตาม

 
12. บน Social Media ถ้าเป็นธุรกิจแล้วติดตามคนไม่เลือกหน้าล่ะก็ ถือว่าเป็น spam เช่นกัน

 
13. ถ้าต้องการวัดว่า URL ที่เราส่งออกไปทาง Social Media มีคนสนใจคลิกกี่ครั้ง
ให้ใช้บริการ shorten URL เช่น bit.ly ซึ่งจะคอยแทร็กคลิกได้

 
14. จะสนใจแต่สิ่งที่ผู้ติดตาม หรือผู้ที่เราไปติดตามพูดไม่ได้
เพราะคนนอกวงก็อาจจะพูดถึงเราได้เหมือนกัน
อย่าลืมใช้ Search ให้ยังเป็นประโยชน์

 
15. มีเหตุผลในการใช้ Social Media ไปมากกว่า เห็นคนอื่นมีเลยจะใช้บ้าง
ไม่จำเป็นต้องใช้ Social Media หลายทางมากเกินความจำเป็น

 
16. ทราบความต้องการของผู้ติดตามเรา
ถ้าไม่ทราบ ก็ถาม หรือสังเกตการณ์เอา
ลูกค้ามักแฮปปี้อยู่แล้วที่ได้บอกในสิ่งที่ต้องการออกไป
(ยกเว้นถ้าเราไปด่ากลับ)

 
17. ใช้ Avatar เดี๋ยวกันใน Social Media แต่ละที่
เพื่อให้ Follower หรือ Friend รับรู้ว่าเป็นเจ้าเดียวกันแน่นอน ไม่มั่วนิ่ม
(ถ้ามั่วนิ่มก็คงมั่วทั้งยวง)

 
18. Social Media เหมาะกับการตลาดในแบบผู้ให้
ฉะนั้น การช่วยเหลือ การให้คำปรึกษา การให้ความรู้
จึงเป็นการใช้ Social Media อย่างชาญฉลาดกว่าการ Hard Sell

 
19. ผู้ใช้ Social Media ทั่วไป ไม่ได้คิดว่า จะมาซื้อของอะไรในนั้น
เขาจะมาคุย มาเล่นเกม มาแชท มาดูรูป ดูวีดีโอ ของเพื่อนๆ
Social Media จึงไม่เหมาะที่จะเป็นที่เปิดแผงลอยขายของออนไลน์
หรือแนะนำสินค้ากันตรงๆ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจว่าทำไม CTR ถึงต่ำมาก

 
20. แต่ CTR ก็ไม่ใช่ปัจจัยในการวัดความสำเร็จของโฆษณาบน Social Media
ถ้ามันทำให้ยอดขายสูงขึ้น คนจำสินค้าได้มากขึ้น ก็น่าจะประสบความสำเร็จในอีกมิติหนึ่ง

 
21. ทำในสิ่งที่เราอยากให้คนอื่นทำกับเรา
นั่นคือ การให้ความเคารพสิทธิ และให้ความรู้สึกดีๆต่อกัน
นั่นคือสิ่งที่บอทไม่มี

 
22. ความกระตือรือร้น แอคทีฟใน Social Media เป็นสิ่งที่ดี
แต่ถ้าทำโดยไม่หยุดพักเล็กๆเสียบ้าง ผู้คนจะเริ่มเอือม แล้วก็มองเราเป็น Spam ได้ง่ายๆ

 
22. Follow ลูกค้าปัจจุบัน หรือลูกค้าในอนาคต ด้วย
เพราะนั่นคือว่าเราฟังและสนใจในสิ่งที่เขาเป็น
ยกเว้นว่าเรามีเหตุผลที่ดีในการไม่ Follow หรือ Add Friend ใคร

 
23. ต้องแน่ใจว่าข้อมูลใน Social Media ที่ใส่เข้าไป
ต้องมีคุณค่ากับลูกค้าด้วย อย่าเอาแต่โอ่ถึงความยิ่งใหญ่ของธุรกิจตัวเองอย่างเดียว
เพราะการอวดว่าที่โรงงานมีรถกี่คัน ไม่เกี่ยวอะไรกับลูกค้า
ยกเว้นว่าเราเป็นเจ๊เกียว

 
24. สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างมั่นคง ไม่ฉาบฉวย ทำตัวให้น่ารัก
เพราะคนที่ใช้ Social Media มักมีความรู้สึกที่ไวต่อการแสวงหาผลประโยชน์

 
25. อย่าลืมทำตัวให้น่าเชื่อถือ รับผิดชอบทุกข้อมูลที่เผยแพร่ออกไป
เพื่อเสริมสร้างความมีตัวตนของธุรกิจ
ในโลกออนไลน์ที่ความนิรนามและข่าวลือเต็มไปหมดเช่นนี้
ไม่ใช่เอะอะก็เล่นมุขทีมงาน

 
26. ถ้าใช้ Social Media ในนามของส่วนบุคคล
ก็สามารถที่จะเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวได้บ้าง
เช่น วันนี้ไปรับลูกที่โรงเรียน วันนี้สินค้าAขายได้ดีที่สุด เสียใจบอลแพ้ เป็นต้น
แต่ถ้าใช้ Account ในนามของธุรกิจ
แม้ว่าควรจะสื่อสาร”ความเป็นคน” ออกไปหาลูกค้า
แต่ต้องระวังทัศนคติส่วนตัวให้มากกว่า Account ส่วนบุคคล
และต้องคำนึงถึงความสนใจของลูกค้าให้มากถึงมากที่สุด

 
27. มีความอดทนในการสร้างความมั่นคง และความสัมพันธ์ที่ดี
รวมไปถึงฐานลูกค้าที่กว้างใน Social Media
กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในเจ็ดวัน ฉันใดก็ฉันนั้น

 
28. การสร้างฐานลูกค้า Social Media
ถ้าเป็นคน ก็เริ่มติดตามเพื่อนที่รู้จักกันดีก่อน
ถ้าเป็นธุรกิจให้เริ่มจากคนที่เป็นลูกค้าชั้นดีที่มีอยู่แล้วก่อน
ดีกว่าจะสร้างความสัมพันธ์แบบเหวี่ยงแห สะเปะสะปะ
เหมือนคนขาดความอบอุ่น

 
29. เป็นผู้ฟังที่ดี ไม่เว้นแม้แต่ในโลกของ Social Media
ดังนั้น การใช้ Automation ผลิตข้อความอัตโนมัติ
จึงต้องระวังเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้ขาดการฟังลูกค้าไปได้ง่าย
และลูกค้าก็จะคิดว่าไม่มีใครฟังเพราะ Account นี้มันเป็นบอท เป็นเครื่องจักร
ใส่ใจในการตอบกลับ

 
30. ใช้ความคิดสร้างสรรค์กับสิ่งที่ปล่อยออกมาใน Social Media
เพื่อให้เกิดการบอกต่อ (Viral)
หรืออย่างน้อยก็เกิดทัศนคติที่ดีกลับมาที่เรา

 
31. การสูญเสีย Friend หรือ Follower เป็นเรื่องธรรมชาติ
เย็นใจได้ตราบใดที่คนที่สนใจเราจริงๆยังไม่ถอนตัวออกไป
แต่ก็เป็นการดี ถ้าเราจะหาสาเหตุว่า
ทำไมเขาถึงไม่ติดตามเราอีกต่อไป เพื่อนำมาปรับปรุง

 
32. การไม่ใช้ Social Media ไม่ได้แปลว่า จะไม่มีใครเห็นเรา
แต่ที่สำคัญคือ อาจจะยังไม่มีใครเห็นเราในแง่ดีที่อยากนำเสนอ
ไม่ต้องกลัวคำตำหนิ ข้อมูลในแง่ลบ เกี่ยวกับเรา
เพราะมันมีอยู่แล้ว เราจะเห็นหรือไม่เห็นเท่านั้น

 
33. การเงียบ มักไม่ใช่คำตอบแรกในการแก้ปัญหาบน Social Media
แต่อาจจะเป็นคำตอบในบางครั้ง เมื่อกระแสสังคมต้องการให้เราเงียบได้แล้ว

 
34. คอยดูคู่ค้า คู่แข่ง และความสนใจของคนที่มีต่อคู่ค้าคู่แข่ง ใน Social Media ด้วย
เพื่อเรียนรู้ไว้เป็นกรณีศึกษา หรือจะชิงตัดหน้าทำก่อนก็ได้

 
35. Social Media ทำให้แคมเปญการตลาดแคมเปญหนึ่ง
ไม่ใช่สิ่งที่มีไว้เพื่อคนทุกคนเหมือนโฆษณาในละครหลังข่าวอีกต่อไป

 
36. เปิดเผยตัวตน อย่าใช้วิธีแอบซุ่มปลอมตัวมาเชียร์
เพราะคนอื่นสามารถรู้ความจริงได้ในระยะเวลาไม่นาน
ใน Social Media ไม่มีมุมให้หลบไปเขินซะด้วยสิ

 
37. ข่าวไม่ดี มักแพร่ไปเร็วกว่าข่าวดี
แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีใครสนใจ
แต่ไม่จำเป็นจริงๆ ไม่เจียะป้าบ่อสื่อ ก็อย่าสร้างข่าวไม่ดี

 
38. ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งจำเป็นในการใช้ Social Media
และ Social Media ส่วนใหญ่ก็เปิดกว้างให้เราประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายจุดประสงค์

 
39. ติดตามการใช้ Social Media ใหม่ๆ
เพื่อทำความคุ้นเคยและคาดเดาแนวโน้มทิศทางในการใช้ Media ในอนาคต

 
40. มีจรรยาบรรณ ศีลธรรม ในการใช้ Social Media

 
41. มีความสม่ำเสมอในการใช้ Social Media
เพราะอาจจะมีลูกค้าที่รอความสนใจจากเรา ตกค้างอยู่เวลาที่เราไม่อยู่ก็ได้

 
42. สิ่งที่เป็นภาระหน้าที่ของการใช้ Social Media คือการรักษาความสัมพันธ์
ถ้าใช้ Social Media บางแห่งไปแล้วคิดว่าไม่เวิร์ค
ก็ควรจะรีบหยุดก่อนที่มีผู้ติดตามไปมากกว่านี้
ถ้ายกเลิก Account ไม่ได้ ก็ไม่ควรทิ้ง Account ที่รกร้างว่างเปล่า
ควรจะให้ข้อมูลว่าไปติดตามกันต่อได้ที่เครือข่ายใด
หรือที่ดีกว่าคือ เราพยายามย้ายผู้ติดตามไปกับเราด้วย
เปรียบเสมือนย้ายซิมมือถือไปอยู่เครื่องใหม่ เท่าที่จะทำได้

 
43. จะพูดถึงอะไร ก็ให้บอกข้อมูลใน Social Media นั้นๆเท่าที่ทำได้
อย่าทำแค่ link ไปที่เว็บของบริษัท หรือไซต์อื่นๆข้างนอก
เพราะลูกค้าที่ใช้ Social Media อยู่มักจะขี้เกียจตามไปอ่าน
(ยกเว้นว่าเป็นเว็บ bookmark เช่น StumbleUpon, Del.icio.us
แต่ก็ต้องให้ข้อมูลให้น่าสนใจที่จะคลิกไปดูอยู่ดี)

 
44. อย่าให้ความสำคัญกับตัวเลขมากจนเกินไป
Friend มากหรือ Follower มาก ไม่ใช่ตัวกำหนดความสำเร็จเสมอไป
ลูกค้าชั้นดีของเราหนึ่งคน มีค่ามากกว่า คนหมื่นคนที่ไม่สนใจเรา

 
45. อย่าสร้างหอคอยงาช้างใน Social Media
ยกเว้นว่าเราเป็นดาราที่คนคลั่งไคล้ เป็นสินค้าที่คนหลงใหล
และไม่ต้องการที่จะขายดีไปกว่านี้แล้ว

 
46. มัฌชิมา ปฏิปทา
ทางสายกลาง อย่าสุดโต่งเกินไป ใช้ให้พอดีๆ
ใช้มากไปก็ Spam ใช้น้อยไปก็ดูไม่ค่อยใส่ใจ

 
47. อย่าทำตัวเป็นศัตรูกับ Social Media
เช่น ดาราบางคน ให้สัมภาษณ์ว่า คนในพันทิปไม่แน่จริง เอาแต่ด่า
หรือดูถูกศักยภาพของ Social Media บางอัน
หรือจะขู่ปิดเว็บบางเว็บโดยไม่สมเหตุสมผล
เพราะคนใช้ที่อาจจะเป็นลูกค้าจะรู้สึกโดนดูถูกไปด้วย

 
48. ใส่ข้อมูลเกี่ยวกับเราให้ครบถ้วนมากพอ แต่ไม่มากไป
Profile ที่สมบูรณ์เป็นสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งในการสร้างความน่าเชื่อถือ

 
49. ระวังการใช้กลยุทธ์แบบเดียวกันใน Social Media ทุกที่
Social Media แต่ละที่มีความแตกต่าง จุดเด่นจุดด้อย
ทำความเข้าใจก่อนที่จะลงมือ

 
50. พูดถึงคนอื่นบ้าง มี link หาคนอื่นบ้าง
เราไม่ใช่เกาะเดี่ยวกลางมหาสมุทร
และมันไม่ใช่ธรรมชาติของ Social Media

 

 

บางไอเดียจาก
http://mashable.com/2009/08/25/whole-foods/
http://www.clickz.com/3634712
http://www.youngentrepreneur.com/blog/2009/08/20/50-ideas-for-using-twitter-for-business/
http://remarkablogger.com/2008/12/03/10-social-media-tips/
http://www.toprankblog.com/2009/04/social-media-marketing-tips/
http://www.closingbigger.net/2009/06/20-social-media-tips-under-140-characters/
http://blog.buzzoodle.com/index.php/2008/06/09/7-stupid-social-media-mistakes-are-you-making-them/
http://www.slideshare.net/kristaneher/7-mistakes-companies-make-in-social-media
http://smallbiztrends.com/2009/08/social-media-mistakes.html
http://www.techjournalsouth.com/news/article.html?item_id=7589
http://www.youngentrepreneur.com/blog/2009/08/20/50-ideas-for-using-twitter-for-business/