หน้าที่หนึ่งของ Information Architect คือ
การทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น
ง่ายต่อการเข้าใจ ง่ายต่อการใช้งาน

คำชมที่ทำให้ IA ที่ดีควรยิ้มออกก็คือ
ต๊ายตาย ดูง่ายดีจัง เข้าใจง่ายจัง
ถ้าได้คำชมมาแบบ ดูอลังการซับซ้อนจังเลยค่ะ
อาจจะทำให้เรารู้สึกฉลาด คิดอย่างนี้ได้อยู่คนเดียว
แต่เอาเข้าจริงแล้ว มันอาจจะเป็นสัญญาณถึงปัญหาการใช้งานในภายหลังก็ได้

บางคนกลัวว่า ถ้าเราไม่ทำอะไรซับซ้อนดูยากๆเข้าว่า
เดี๋ยวคนอื่นในองค์กรจะไม่เห็นความสำคัญของเรา
จริงๆแล้ว งานของเรา ยิ่งทำให้คนอื่นรู้สึกว่าชีวิตเขาง่ายขึ้นมากเท่าไหร่
กำไรเพิ่มพูนจากงานของเรามากเท่าไหร่
นั่นคือความสำเร็จของงานเราเท่านั้น

 

ทั้งนี้ทั้งนั้น IA ไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อให้ผู้ใช้ใช้งานได้ง่ายอย่างเดียว
แต่ยังมีหน้าที่ทำให้ architecture ที่สร้างขึ้น 
มีประสิทธิภาพต่อการพัฒนา
ง่ายต่อ machine รวมไปถึง search engine ด้วย
เพราะโครงสร้างระบบบนเว็บไซต์ที่เหมาะสม
ส่งผลไปถึงการจัดระดับเว็บไซต์ และการ indexing ด้วย
หรือที่เรียกรวมๆว่า การทำเสียว (SEO – Search Engine Optimization) นั่นเอง

 

การทำ SEO ในบางครั้ง เราอาจจะมองเห็นว่า 
มันทำให้เว็บด้อยประสิทธิภาพลงในด้านการใช้งาน และโครงสร้างระบบ
แต่จริงๆแล้ว งาน SEO กับ IA มีความคล้ายคลึงกันอยู่
ในแง่การออกแบบระบบและเนื้อหาให้ใช้ประโยชน์อย่างที่ต้องการได้อย่างมีคุณภาพ
แต่ในฟากของ IA ดูจะเน้นผู้ใช้ที่เป็นคนจริงๆเป็นสำคัญ
ในขณะที่ SEO เน้นไปทาง Bot หรือ Spider ของ Search Engine ทั้งหลาย คือผู้ใช้คนสำคัญ

โดยที่อย่างไรก็ดี ต้องตั้งอยู่บนความคิดที่ว่า
เว็บไซต์นั้น อย่างไรก็ให้คนใช้ ไม่ใช่ให้ Bot ใช้
มิเช่นนั้น ก็จะเป็นอย่างที่เราเห็นๆเว็บไซต์ที่มุ่งแต่จะปั่น Rank ใน Search Engine อยู่
แต่ด้วยคุณภาพของเว็บไซต์เอง ยังไม่ถึงมาตรฐานที่ดีเลย

 

IA จะมีส่วนออกแบบอย่างไรให้ช่วย SEO บ้าง?
ก่อนอื่น IA หรือผู้ออกแบบเว็บไซต์จะต้องทราบก่อนว่า
การทำ SEO อาจจะเกิดขึ้นได้ในส่วนใดบ้าง อย่างไร

 

1. เรื่องของ Domain และเนื้อหาในระดับ Domain
ชื่อโดเมนมีส่วนสำคัญอย่างแรกในการทำ SEO
ใครๆก็รู้ว่า ถ้าจะตั้งชื่อเว็บไซต์ ก็ต้องตั้งให้มันเกี่ยวกับเนื้อหา หรือกิจกรรมที่เว็บไซต์มี
นอกจากการตั้งชื่อให้สั้น ได้ใจความแล้ว
ยังควรเป็นชื่อที่อ่านออกเสียงได้ ไม่งง และยังสะท้อนถึงแบรนด์และธุรกิจได้อย่างดีอีกด้วย
อีกทั้งการจด Domain Name เป็นระยะเวลานานๆ
ก็ยังเป็นส่วนที่ทำให้พี่ Google พิจารณาคุณภาพมากกว่า Domain Name ที่จ่ายเงินจดแค่ระยะสั้นอีกด้วย

การดูแลเนื้อหาไม่ให้ซ้ำเกินจำเป็นก็มีส่วนสำคัญ
Search Engine จะมองว่าเว็บที่มีเนื้อหาซ้ำไปซ้ำมา อาจจะเป็นเว็บที่ด้อยคุณภาพได้
ถ้ามี internal link ที่เขียนแตกต่างกัน แต่ไปสู่เนื้อหาส่วนเดียวกัน
ทางออกง่ายๆก็คือการเขียนเป็น URL หรือการใช้ Tool ที่ช่วยในเรื่องของ Canonicalization
ส่วนเรื่องด้านเทคนิคกว่านี้ ให้พี่นักทำ SEO เขาช่วยก็แล้วกัน

ส่วนเรื่องการตรวจสอบหน้าที่ error ภายในเว็บไซต์ ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน
เว็บไซต์ที่มีหน้า error อาจจะโดนหักคะแนนจากพี่ Bot ต่างๆได้ง่ายๆ

ถ้าเป็นเว็บไซต์รองรับหลายภาษา 
วิธีที่ ๑ คือ การสร้าง TLD หรือ Top-level Domain Name ที่ระบุประเทศโดยเฉพาะ
ที่เว็บไซต์แต่ละอันที่มีเนื้อหาแตกต่างไปตามภาษา 
ซึ่งวิธีนี้ดีกว่าวิธีสร้าง Sub Domain หรือ Directory ไปตามแต่ละภาษา
ในแง่ที่ว่า วิธีที่ ๑ จะทำให้ TLD ที่เป็น International 
ยังมีรายชื่ออยู่ใน Search Engine ที่ระบุเวอร์ชั่นเป็น Local ได้ 
เช่น Google.co.th, Yahoo.jp เป็นต้น 

 

2. Section และ Category
Section หรือ Category ภายในไซต์ ทำหน้าที่เป็นประตูสู่เนื้อหาที่แท้จริงภายในเว็บไซต์
และเนื้อหาที่แท้จริงเหล่านี้ มีอิทธิพลกับการจัดอันดับของ Search Engine มากพอๆกับ Domain 
อย่างไรก็ตาม Search Engine ให้ความสำคัญกับหน้าที่ต่ำกว่า Root 1-2 ระดับ มากกว่าหน้าที่อยู่ลึกๆลงไปกว่านี้
ซึ่งทำให้เว็บไซต์หลายๆที่ ยังใช้วิธีสร้าง Static HTML ใน Root Directory กันอยู่

เวลาที่เราทำการแบ่งส่วนในเว็บไซต์
ควรจะพิจารณาจาก Keyword ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ด้วย
(จะใช้ Adwords Keyword Tool เป็นตัวช่วยก็ได้)
แล้ววิธีหนึ่งที่จะทำการแบ่งส่วนก็คือ การที่แบ่ง Keyword ที่สำคัญเหล่านั้นเป็นส่วนๆ
แล้วแต่ละ Section ที่ถูกแบ่งก็ต้องบรรจุไปด้วย Keyword ที่สำคัญเหล่านี้
ทั้งนี้ จะแบ่ง Section เป็นสองสามระดับก็ได้
แต่ต้องอย่าลืมว่า การแบ่งและจัดลำดับ Section นั้น
ต้องให้สอดคล้องกับจุดประสงค์ของธุรกิจด้วย
ไม่ใช่เพียงตั้งหน้าตั้งตาจะทำ SEO อย่างเดียว

 
3. Page
การเขียนหน้าเว็บด้วยโค้ดที่สะอาดเรียบร้อย
ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ Search Engine จะคัดเว็บไซต์เราเข้าหรือออก
นักพัฒนาควรจะเ ขียนโค้ดตามมาตรฐานของ W3C
http://www.w3.org/WAI/WCAG20/quickref
เช่น Title Tag ควรจะยาวไม่เกิน 70 character
Header Tag กับ Title Tag ควรจะเ หมือนหรือมีความสัมพันธ์ใกล้เคียงกัน เป็นต้น
ส่วน Metadata ก็ยังสำคัญสำหรับ Targeting Ad ของ AdSense
และยังใช้อยู่บ้างใน Search Algorithm ของ Yahoo!

Accessibility สำหรับผู้ที่ใช้ Screen Reader ก็เป็นปัจจัยที่ช่วยเรื่อง SEO เช่นกัน
เราอาจจะเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการใส่ Text attribute สำหรับทุกๆภาพและวีดิโอที่ใช้
ซึ่งคำที่ใช้อธิบายก็ควรจะเกี่ยวข้องกับเนื้อหาภายในหน้านั้นด้วย
ส่วนเนื้อหาที่เป็น Text ก็ควรจะใช้ภาษาอย่างธรรมชาติ
เนื้อหาที่อัด Keyword จนคนอ่านไม่สะดวก ไม่ได้ช่วยเรื่อง SEO เท่าที่คิด

ส่วนหน้าเว็บที่เราเห็นว่าสำคัญ แต่ดันเกือบหรือกลายเป็น Orphan Page
คือ หน้าเว็บที่มี link มาหาจากภายในเว็บไซต์ด้วยกันน้อยมาก หรือไม่มีเลย
ก็ต้องเพิ่ม Link ภายในให้มันหน่อย เพื่อ Bot จะได้เห็นความสำคัญของหน้านี้มากขึ้น

สำหรับหน้ายอดฮิตแบบ 404 file not found
เราก็สามารถจะปรับให้เป็น landing page อย่างง่ายๆได้
เพื่อที่ผู้ใช้สามารถจะไปต่อได้ภายในเว็บไซต์ 

 

4. Internal Linking
การทำ Link ภายในเว็บไซต์นั้นก็สำคัญ
ตามปรกติแล้ว หน้าแรกจะเป็นหน้าที่มี Pagerank สูงที่สุดในเว็บไซต์
และยังเป็นหน้าที่ Spider จะเริ่มต้นสำรวจเว็บไซต์ด้วย
การมี text link สู่ส่วนที่สำคัญต่างๆในเว็บไซต์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ
ถ้ามีหน้าหรือส่วนที่สำคัญแต่อยู่ลึกลงไป 
ถ้าไม่สามารถมี link บนหน้าแรกได้ ก็ให้มี direct link ในหน้าที่ถัดไปจากหน้าแรก
แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรให้มี link มากเกินไปบนหน้าเว็บหน้าเดียว
เพราะนั่นจะทำให้หน้าที่ถูก link นั้น มี Pagerank ที่ลดลงได้
ฉะนั้น การเลือกสร้าง Link บนหน้าเว็บ ก็ต้องเรียงลำดับความสำคัญของหน้าแต่ละหน้าด้วย

การสร้าง sitemap ที่เป็น text link แบบ HTML หรือ XML
ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มหน้าที่ช่วย Spider สำรวจเว็บไซต์

ภายใน text link นั้นควรจะมี keyword สำคัญ
และซึ่ง keyword นั้น ควรจะมีในหน้าที่ link ส่งไป
รวมไปถึง URL ย่อยภายในเว็บไซต์ด้วย

ถ้าหน้าไหนไม่สำคัญสำหรับ SEO อย่างเช่นหน้า Login, Privacy Policy, Terms of Services
สามารถใส่ attribute rel=’nofollow’ เข้าไปใน link ที่ไปสู่หน้าเหล่านี้ได้
หรือเราสามารถสร้างไฟล์ robots.txt เพื่อระบุส่วนที่ bot ไม่ต้องตามไปดูได้
และถ้าเว็บไซต์ได้ถูกบรรจุอยู่ในรายชื่อใน DMOZ 
เพื่อกันไม่ให้ Google, MSN, หรือ Yahoo! เอา Title, Description ต่างๆที่มีอยู่ในนั้นมาพิจารณา
ก็สามารถเพิ่ม meta name=”robots” content=”noodp” tag เข้าไปในหน้าเว็บด้วย
แล้วอย่าลืมกำจัด meta tag ที่ไม่จำเป็นออก
เพื่อความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย อย่างที่ bot ต้องการ

 

เหล่านี้ อาจจะไม่ได้เกี่ยวกับ IA โดยตรงนัก
แต่ก็น่าจะพอให้ไอเดียเกี่ยวกับผู้เกี่ยวข้องด้านต่างๆ
ในการสร้างและพัฒนาเว็บให้เอื้อกับการทำ SEO ของมืออาชีพเขาได้
โดยเฉพาะเรื่องของการจัดหมวดหมู่ และการวางแผนเรื่อง link ภายใน

อย่างไรก็ตาม เว็บจะดังยั่งยืนไปไม่ได้เลย
ถ้าปราศจากคุณภาพที่แท้จริงที่เกิดจากตัว website เอง
อย่างไรก็ตาม P ตัวแรก คือ Product ก็ต้องสำคัญที่สุดมาก่อนเพื่อน
P-Promotion อย่างดีก็สามารถ Drive Traffic ในระยะเวลาที่โฆษณาได้มาก
เปรียบได้กับเป็นไดชาร์จ ช่วยให้เครื่องยนต์สตาร์ทติด
แต่ Product มันจะพิสูจน์ตัวเองว่า มันจะอยู่ได้จนคุ้มกับการลงทุนธุรกิจหรือเปล่า

 

อยากให้คนไทยสร้าง Product ดีๆกันมากๆ 
การที่เราสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้สังคม มันก็ทำให้สังคมเราน่าอยู่ขึ้น
และมีความภาคภูมิใจในความสามารถของคนในสังคมเดียวกันนะ
ส่วนตัวเชื่อว่า คนไทยสามารถทำได้อยู่แล้ว 
แต่จะทำหรือไม่ ก็เท่านั้นเอง

 

อ้างอิง
http://www.audettemedia.com/blog/seo-guide-information-architecture 
http://www.google.com/webmasters/tools