ก่อนหน้านี้ เคยโพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับ Web สไตล์ 2.0 ที่เกี่ยวกับอาชญากรรมมาแล้วที่
https://iamia.wordpress.com/2008/04/22/wikicrimes-brazil/

เราก็มาพูดถึง Web2.0 เกี่ยวกับอาชญากรรมอีกหนึ่งเว็บดีกว่า

เว็บที่ว่านั้นคือ SpotCrime.com
ที่ได้นำเอาข้อมูลในการเกิดอาชญากรรมในที่ต่างๆ มาจุดไว้ใน Google Map
และแบ่งแยกไอคอนตามประเภทอาชญากรรมที่เกิดขึ้น
ผู้ใช้สามารถจะแยกดูประเภทของอาชญากรรม และเลือกช่วงเวลาได้
โดยที่ข้อมูลเหล่านี้ 90% ได้นำมาจากข้อมูลอาชญากรรมของตำรวจท้องถิ่น
และจากข่าวท้องถิ่นเมื่อตำรวจในท้องถิ่นนั้นๆไม่สามารถปล่อยข้อมูลให้ได้

ทางเว็บได้กล่าวว่า บริการของ SpotCrime.com นั้น
จะให้ประโยชน์กับทั้งทางตำรวจและประชาชนทั่วไปโดยไม่คิดค่าบริการ
แต่ด้วยความที่ระบบต้องใช้เวลา 3-24 ชั่วโมงในการปรากฏขึ้นในแผนที่
ข้อมูลอาชญากรรมในเว็บนี้
จึงไม่ได้มีเพื่อประโยชน์ในการจะจับกุม หรือว่าหลีกเลี่ยงอะไรได้ทันท่วงที
ดูๆแล้วน่าจะมีประโยชน์ที่สุดก็คือเรื่องของสถิติ
แต่ที่เรารู้แน่ๆก็คือ
เว็บมันไม่น่าใช้เอาซะเลยนี่สิ
แถมผิดระเบียบ Web 2.0 เอาซะมาก

หน้าแรกเปิดมา ก็จะป๊ะกับหน้าอย่างนี้
ให้เลือกรัฐที่ต้องการดู
สิ่งหนึ่งที่เราว่า ไม่ควรทำก็คือ
การเอา adsense ไปแปะอยู่ท่ามกลางเนื้อหา
ทำให้ต้องใช้เวลาแยกว่า อันไหนโฆษณา อันไหนเนื้อหา
มันอาจจะทำให้คนคลิกพลาดไปโดน adsense ได้มาก
แต่นั่นเป็นจุดประสงค์ของการทำเว็บไซต์นี้ขึ้นมาหรือเปล่า
เราต้องการให้ผู้ใช้รักที่จะใช้เว็บเราหรือไม่

เข้ามาหน้าที่สอง ต้องมาเลือกเมืองอีก
มีแต่ตัวหนังสือๆๆๆๆและโฆษณาที่เป็นตัวหนังสือ
เหตุผลที่เป็นไปได้อย่างมากก็คือ
เจ้าของไซต์ต้องการทำ SEO
ซึ่งมีหลายๆเว็บที่เจ้าของไซต์เน้น SEO แล้วจะออกมาในลักษณะนี้
ซึ่งได้ผล คือ ดูไม่ค่อยน่าใช้เอาซะเลย
และไม่ได้ utilize หน้านั้นๆให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

นี่คือหน้าแสดงผลจริงๆ
แม้จะมีไอเดียดีว่า มีการแยกประเภทของอาชญากรรมให้ดูด้วย
และสามารถเลือกดูตามประเภทได้
แต่เนื่องจากมี Other กับ Arrest ด้วย
จึงทำให้งงว่าใช้งานยังไง
ถ้าเลือก Other แล้วเราจะรู้ไหมว่ามันประกอบด้วยอาชญากรรมประเภทไหนบ้าง
แล้วถ้าเลือก Arrest ก็คงจะงงอยู่ว่า
ถ้าเลือก Arrest อย่างเดียว มันจะแสดงอะไร
แล้วถ้าเลือก Arrest บวกกับประเภทของอาชญากรรมแล้ว
มันจะ filter ผลการแสดงตามนั้นหรือเปล่า

การใช้ Google Map
แม้ว่าจะดูเป็นการแสดงผลที่ดี
แต่เราก็ต้องวางแผนให้ถ้วนถี่ด้วยว่า
เราต้องการแสดงผลอะไร และอย่างไร
ในขนาด scale ที่แสดงอยู่ มันเหมาะที่จะแสดงผลละเอียดขนาดไหน

เทียบกับอีกเว็บหนึ่ง คือ Latimes.com
ในหน้าที่แสดงสถิติอาชญากรรมใน Los Angeles
ที่ดูง่าย สบายตากว่ากันเยอะเลย
ข้อมูลมีการ Visualize อย่างดี
ผู้ใช้จะได้รับประโยชน์จากข้อมูลได้มากกว่า
ทำให้เห็นความแตกต่างจาก SpotCrime อย่างชัดเจน
แม้ว่าจะใช้ Google Map เหมือนกัน
ผลที่ออกมา ก็แสนจะแตกต่างกัน

ในยุคสมัยที่ใครๆก็ทำเว็บกันเป็นว่าเล่น
มันไม่ใช่ว่า ทำอย่างไรก็ได้แล้วจะดังขึ้นมา
มันต้องประกอบด้วยปัจจัยหลายๆประการ
ประการที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งก็คือ
การทำเว็บไซต์เพื่อให้ผู้ใช้ใช้งานได้ดี เข้าใจในผลการแสดง
ซึ่งเท่ากับ P ตัวแรกที่ต้องคำนึงถึง
นั่นคือ Product หรือสินค้านั่นเอง
บางคนคิดว่า ทำไซต์ขึ้นมา แล้วทำ SEO เพื่อดันๆให้ดังๆ
แค่นั้นเว็บจะประสบความสำเร็จได้
นั่นคือ P ตัวสุดท้าย คือ Promotion
ซึ่ง Promotion จะได้ผลที่สุด ก็ต้องประกอบด้วย P ตัวอื่นๆด้วย
โดยเฉพาะ P ตัวเริ่มแรก
ถ้าโปรโมทไปหนักๆเท่าไหร่ แต่สินค้าใช้ได้ไม่ดี
สุดท้ายก็ไม่มีใครใช้กัน

เพราะสมัยนี้เป็นยุคที่อำนาจของสื่อ ไม่ได้ตกอยู่ในมือของผู้โฆษณาเพียงอย่างเดียว
ผู้บริโภคทุกคนก็มีอำนาจนั้นอยู่ด้วย
ข้อนี้ เป็นความจริงที่คนทำสื่อหลายๆที่ยังไม่ยอมรับ
ว่าอำนาจสื่อที่เคยมีนั้น เริ่มเปลี่ยนไปแล้ว ตนไม่ใช่คนกุมอำนาจเหมือนอย่างเก่า
ยิ่งเป็นสังคมที่มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้นเท่าไร อำนาจก็ยิ่งเปลี่ยนมือไปเท่านั้น
และในตลาดที่ทุกสินค้ามีคู่แข่ง
สินค้าที่ไม่ดี ที่ผู้ใช้สามารถหาสินค้าทดแทนได้มาก
ก็จะตายไปอย่างเงียบๆในที่สุด

ถ้าต้องการให้สินค้า หรือเว็บไซต์ของเรา เติบโตขึ้นในระยะยาว
ต้องทำให้ตัวของมันเองมีคุณภาพมากพอ มีคุณค่าพอที่ผู้ใช้เขาจะใช้ได้เสียก่อน

อ้างอิง
http://www.techcrunch.com/2008/05/21/spotcrime-keeps-you-on-the-right-side-of-the-tracks/
http://www.spotcrime.com/
http://www.latimes.com/news/local/crime/homicidemap/