“DIGITAL WILL BE GIVING A PRODUCT PRESENTATION OF THE NEWEST MEMBERS OF THE
DECSYSTEM-20 FAMILY; THE DECSYSTEM-2020, 2020T, 2060, AND 2060T. THE
DECSYSTEM-20 FAMILY OF COMPUTERS HAS EVOLVED FROM THE TENEX OPERATING SYSTEM
AND THE DECSYSTEM-10 <PDP-10> COMPUTER ARCHITECTURE. BOTH THE DECSYSTEM-2060T
AND 2020T OFFER FULL ARPANET SUPPORT UNDER THE TOPS-20 OPERATING SYSTEM….”

ข้อความข้างบนนี้
คือจดหมายspam ฉบับแรกของโลก
ส่งเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2521 หรือเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา
โดย Gary Thuerk ผู้ได้รับการยกย่อง(?) ว่าเป็นบิดาแห่งการspam
เมื่อตอนที่เขาช่วย Carl Gartley
ทำการตลาดให้คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ของ Digital Equipment Corporation
โดยช่วยให้ Carl สามารถส่งspamผ่าน ARPANET ไปถึงผู้รับ 393 คน

ปัจจุบัน Gary เป็นฝ่ายขายของบริษัท HP
คิดว่าการส่ง spam ในครั้งนั้น ไม่ใช่ความผิดพลาด
และเป็นสิ่งที่เหมาะสม
เนื่องจากในตอนนั้น สินค้าที่เขาทำการตลาด
มันเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ ARPANET ในช่วงนั้นอยู่แล้ว

และหลังจากที่เขาได้ส่ง Spam ในครั้งนั้น
เขาได้เตือนหัวหน้าเขาว่า มันจะมีกระแสตอบรับในทางลบ
ซึ่งต่อมาไม่นาน the Defense Communication Agency
หน่วยงานที่ดูแล ARPANET อยู่ได้โทรหาหัวหน้าของ Gary
เพื่อให้มายืนยันรับทราบกระแสต่อต้านรุนแรงที่เกิดขึ้น
คำว่า spam นี้ มาจากมุขของรายการ Monty Python’s Flying Circus
ที่ล้อเลียนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารยี่ห้อ SPAM
ที่ย่อมาจาก Shoulder Pork and hAM/SPiced hAM
ของบริษัท Hormel Food
ซึ่งในร้านอาหารร้านหนึ่ง มี SPAM อยู่ทุกเมนู
และบริกรสาวได้พูดคำว่า SPAM หลายครั้ง เพื่ออธิบายว่า
ในจานๆหนึ่งมี SPAM กี่ชิ้น และเมื่อบริกรสาวพูดเสร็จ
กลุ่มไวกิ้งที่มุมหนึ่งของร้านจะเริ่มร้องเพลง
“Spam, spam, spam spam, spam, spam, spam, spam,
lovely spam! wonderful spam!”
จนกว่าจะถูกสั่งให้หยุด

จากนั้น คำว่า spam จึงเอามาใช้กับความหมายที่ว่า
“ข้อความอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งให้กลุ่มผู้รับสาร
ซึ่งข้อความพวกนี้ ผู้รับสารไม่ได้ต้องการหรือไม่ได้เรียกหา
(Unsolicited bulk eletronic messages)”

 

ในปี 1994 spamขนานใหญ่กำเนิดขึ้นบนโลก
ไม่ใช่การขายของ
แต่เป็น spam ที่พยายามจะรักษาจิตใจที่ดีงามของเราเอาไว้
ด้วยหัวข้อ “Global Alert for All: Jesus is Coming Soon”
ซึ่งโพสต์ใน USENET group ทุกๆกลุ่ม
จากนั้น spam เชิงพาณิชย์ฉบับแรกในสเกลใหญ่ขนาดนี้ก็ได้เกิดขึ้น
นั่นคือการโฆษณา US Green Card
และในช่วงนั้นเอง จำนวนคนที่โดน spam ก็ถือเป็นหลักล้านเข้าไปแล้ว

ในปัจจุบัน บริการ spam กลายเป็นธุรกิจไปแล้ว
ในปี 2005 spam email 3 หมื่นล้านฉบับต่อวัน
ถูกส่งออกไปนอนใน mailbox ของผู้ใช้เน็ต
นั่นหมายความว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องมารองรับ spam พวกนี้
ของ infrastructure ของบริการ Network และของ ISP ที่น่าสงสาร
แต่ในขณะที่ ISP บางเจ้าก็แบน spam
แต่ ISP บางเจ้าก็เห็นว่าพวก spam นี่เป็นลูกค้าชั้นดี
และยินดีที่จะรับ spam เหล่านี้อย่างมาก

ในปี 2003 spam ไวรัสก็บังเกิด
ไวรัสเหล่านี้จะทำการปล้นคอมพิวเตอร์ของเรา
แล้วทำให้เรากลายเป็นผู้ที่ส่ง spam
โดย spamware เหล่านี้จะควบคุมโปรแกรมอีเมลและ internet connection
แล้วส่งอีเมลไปสู่ภายนอกโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเครื่อง

และในปัจจุบัน spam ไม่ได้หมายถึง อีเมล อย่างเดียวอีกต่อไป
IM อย่าง MSN, AIM ก็โดนกันถ้วนหน้า
Social Network, Blogs, Twitter ก็ไม่แพ้กัน
เรียกว่า คนอยู่ที่ไหน นักการตลาดบางจำพวก ก็จะตามไป spam ถึงที่นั่น

ทำไม spam มันถึงยังอยู่
มันยังอยู่ ก็เพราะมันยังได้ผล
มันมีค่าใช้จ่ายที่ถูกมาก
และในเปอร์เซ็นต์ผู้ตอบรับที่ต่ำมากๆ
ก็ยังสูงพอที่จะกลบค่าใช้จ่ายในการส่ง spam เหล่านี้ได้
และนักการตลาด รวมไปถึงเจ้าของสินค้าบริการนั้นๆ
ก็ไม่ได้สนใจว่า จะไปทำความรำคาญให้คนส่วนใหญ่ขนาดไหน
เพราะอย่างน้อยเขาก็มีรายได้จากคนส่วนน้อยที่ให้ความสนใจเขา

สมมติง่ายๆเลยว่า
เราจะขายรถยนต์ราคา 1ล้าน ในราคา2ล้าน
เราใช้เงิน 10,000 บาท ในการซื้อรายชื่ออีเมลมา 1 ล้านรายชื่อ
(บางทีเราก็จะตกใจว่า รายชื่ออีเมลของเรานั้น มันมีค่าเพียงน้อยนิดจริงๆ)
ถ้ามีเพียง 1 คน หรือ 0.0001% ของคนทั้งหมดที่ได้รับอีเมล ซื้อรถของเรา
นั่นหมายถึงว่า เราจะได้กำไรทั้งหมด 1ล้าน – 1หมื่น = 9แสน 9หมื่น บาท
ต่อให้ต้องซื้ออีเมล 1ล้านชื่อด้วยเงิน 1แสนบาท
ก็ยังมีกำไรถึง 9แสนบาท
ส่วนผู้ให้บริการอีเมล วันๆแค่นั่งหาอีเมลชาวบ้านไป
เดี๋ยวก็ได้แล้ว 1 แสนบาท แล้วยังเอารายชื่อเหล่านี้ไปหารายได้ได้อีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

มันเป็นการลงทุนที่กำไรสูงมากๆ
และ spam จะยังคงไม่ไปไหน
ตามใดที่ยังมีนักการตลาดที่รัก spam แบบนี้อยู่ในโลก
และกฏหมายยังควบคุม spam ไม่ได้
แต่ก็นั่นแหละ
ถึงจะมีกฏหมายออกมา
คนมันก็จะอาศัยช่องโหว่ทำอะไรที่มันเป็น “สีเทา” อยู่ดี

อ้างอิง
http://www.templetons.com/brad/spamreact.html
http://mashable.com/2008/04/26/spam-turns-30/
http://www.spamunit.com/history-of-spam/
http://www.templetons.com/brad/spamterm.html