หลักในการทำงานของ Google อย่างหนึ่งที่เป็นที่น่าสนใจขององค์ต่างๆ ก็คือ หลัก 20% Time แปลง่ายๆในทางปฏิบัติเลยคือ พนักงานจะมีเวลา 1 ใน 5 ของเวลาทำงานทั้งหมดเพื่อทำงานในโปรเจคที่สนใจ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับงานหลักก็ได้

ในหน้า Jobs ของ Google เขียนเอาไว้ว่า
“We offer our engineers “20-percent time” so that they’re free to work on what they’re really passionate about. Google News, Google Suggest, AdSense for Content and Orkut are among the many products of this perk. ”

 http://www.youtube.com/v/KCXxFdpsus0

ข้างบนนี้คือคำกล่าวของ Joseph O’ Sullivan อดีต Senior Staff Enginner ของ Google ซึ่งพูดถึงโปรเจคที่เกิดขึ้นในช่วง 20% Time ของพนักงาน Google ตัวหนึ่ง นั่นก็คือ GMail ด้วยความคิดของพนักงานคนหนึ่ง (Paul Buchheit) ที่ว่า เขาสามารถพัฒนาการบริการ Email ได้ดีกว่าบริการ Email ที่มีอยู่ในท้องตลาด และ GMail นี้ ก็จะได้ทำให้ทั้ง Larry Page, Sergey Brin, และตัวเขาเองเชื่อว่า GMail คือสุดยอด Mail Client ในโลกนี้

ที่จริงแล้ว บริษัท 3M ได้พัฒนาหลักการนี้ขึ้นในรูปแบบ 15% Time ในช่วงปี 1950-1960 โดยมีเจตนาแบบเดียวกัน ส่งผลให้เทปมาสก์ และ Post-it ได้เกิดขึ้นบนโลกนี้ จากฝีมือของวิศวกรที่ใช้เวลา 15% ของเวลาทำงานพัฒนาขึ้นมาโดยปราศจากงบประมาณ แผนงาน หรือการจัดการจากบุคคลอื่น

องค์กรนักพัฒนาหลายๆองค์กร ต่างก็สนใจที่จะมีเคล็ดลับ หรือสร้างวัฒนธรมบางอย่าง เพื่อให้กลายเป็นองค์กรระดับแถวหน้าที่มีความคิดสร้างสรรค์และพลังงานสุดยอด

แต่การใช้หลัก 20% นั้น ไม่มีใครบอกได้ว่า พนักงาน Google ใช้สัดส่วน 20% ในการทำงานนอกงานหลักจริงหรือไม่

หลักการนี้ Scott Berkun เห็นว่า มันเป็นเรื่องของวัฒนธรรมและทัศนคติขององค์กรมากกว่าที่จะเป็นกฏ แต่ถ้าองค์กรอื่นจะเอาหลักการนี้ไปใช้ ก็ไม่ได้หมายความว่า องค์กรนั้นจะมีวัฒนธรรมแบบ Google

และด้วยธรรมชาติของพนักงาน Google นั้น เขาทำงานกันหนักมากในเวลา 80% ของเขา เนื่องจากสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมองค์กร ความภูมิใจส่วนตัว การแข่งขัน ได้ส่งให้พวกเขาทำงานกันมาก

อีกทั้งการทำงานแบบ Google นั้น เรื่องชนชั้น ความแตกต่างทางด้านตำแหน่ง แทบจะไม่มี และจะใช้วิธีการลงคะแนนเสียงแบบประชาธิปไตยในการตัดสินใจเกี่ยวกับโปรเจค แทนที่จะต้องรอให้ผู้บริหารทำเอกสารและแผนการตลาดมาให้
ในเวลาต่อมา เมื่อ Google เติบใหญ่ขึ้น ก็เริ่มมีเสียงค้านหลักการนี้ ซึ่งไม่ได้ค้านว่า ไม่ควรจะมี แต่ค้านที่ Google ยังใช้หลักการนี้โฆษณาตัวเองอยู่ ทั้งๆที่เป็นหลักการที่เริ่มเลือนหายไป

อย่างไรก็ตาม Paul Buchheit ผู้คิด GMail และ Matt Cutts พนักงานอีกคนหนึ่งของ Google ก็ยังยืนยันว่า หลักการ 20% ก็ยังเป็นหลักการที่สำคัญสำหรับองค์กรอยู่ เนื่องจากมันเปิดโอกาสให้พนักงานได้ทำงานที่คนอื่นไม่คิดว่ามันสำคัญ แต่ข้อด้อยของมันอย่างหนึ่งคือ ในขณะที่พนักงานบางส่วนใช้เวลา 20% ในการทำงานที่เขาสนใจ พนักงานส่วนที่เหลือบางทีจะพยายามเข้ามาจัดการ ประสานงาน หรือกระทั่ง approve งาน ซึ่งทำให้ลดคุณค่าของงาน 20% นี่ลง

อีกมุมมองที่เห็นว่าหลักการ 20% Time ของ Google เป็นผลเสียต่อ Google เองนั้น ก็คือ เนื่องจากปัจจุบัน พนักงานเก่าๆของ Google เริ่มตบเท้าทยอยลาออกกันไปตั้งตัวบ้าง ไปทำอะไรก็ไม่รู้บ้าง สัดส่วนพนักงานใหม่ตอนนี้จึงมีมากกว่าพนักงานเก่า การที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้คิดทำในสิ่งที่ไม่ใช่ Google โดยเฉพาะพนักงานเก่าที่สนใจในโปรเจคนอกมากกว่า อีกทั้งการที่มีโปรเจคหรือความคิดหลากหลาย ก็ทำให้ Google ลงทุนแบบสะเปะสะปะ แม้เม็ดเงินของ Google จะเยอะมาก แต่ในแต่ละ Quarter นั้น Google ก็เสียเงินลงทุนไปหลายร้อยล้านหรือร่วมพันล้านเช่นกัน

ในความเห็นของเรา ก็ยังมองว่า 20% Time เป็นสิ่งที่ดี เปิดโอกาสให้พนักงานได้มีความคิดสร้างสรรค์ แต่มันไม่ได้การันตีว่า มันจะเป็นโปรเจคที่ดี หรือพนักงานใช้เวลา 20% นั้นไปทำงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับ Google ซึ่งมันดีกับพนักงานทั้งขึ้นทั้งล่อง คือ ได้พักผ่อน และได้ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ถ้ามันเวิร์ก ก็สามารถมีรายได้ร่วมกับ Google หรือออกไปตั้งบริษัทเองก็ได้ แต่ก็ยังเป็นที่น่ากังขาว่า 20% Time นั้น แท้จริงแล้ว ให้อะไรกับ Google บ้าง ทั้งนี้ ถ้าบริษัทไทยต้องการนำหลักการนี้ไปใช้ ก็คงต้องพิจารณานิสัยพื้นฐานของคนไทย และนิสัยพื้นฐานของคนในองค์กรเสียก่อนว่า ควรที่จะใช้หรือไม่ และถ้าใช้ จะต้องประยุกต์ปรับปรุงตรงไหนเพื่อให้เข้ากับองค์กร และคนไทย

ป.ล. ข่าวล่าสุดของ 20% Time ของ Google ก็คือ Google ได้พัฒนาระบบที่ตามรอยรูปถ่ายอนาจารเด็ก และทารุณกรรมทางเพศกับเด็กขึ้น ให้กับ National Centre for Missing and Exploited Children (NCMEC) ซึ่งแต่เดิม ระบบนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อป้องกันวีดิโอละเมิดลิขสิทธิ์ใน You Tube โดย Google อนุญาตให้พนักงานใช้ 20% Time นี้กับการพัฒนาระบบดังกล่าวให้สมบูรณ์พอที่จะใช้งานได้ดีอีกด้วย

อ้างอิง
http://www.scottberkun.com/blog/2008/thoughts-on-googles-20-time/
http://www.steptwo.com.au/columntwo/archives/002787.html
http://blogoscoped.com/archive/2008-03-24-n79.html
http://www.google.com/support/jobs/bin/static.py?page=about.html&about=eng
http://www.alleyinsider.com/2008/2/philippe_dauman_jr__symbol_of_google_s_problems