เราจะเห็นได้ว่า มีเว็บจำนวนมากมาย
โดยเฉพาะในเว็บต่างประเทศ ที่จะเปิดเวอร์ชั่น beta ให้ผู้ใช้จำนวนจำกัดทดลองใช้
เพื่อทดสอบระบบและเก็บ Feedback เพื่อนำไปพัฒนาระบบเพื่อเปิดใช้จริงต่อไป

แม้แต่ในเว็บที่เปิดใช้งานแล้ว
ก็จะมีหน้า Contact Us หรือช่องทางให้ส่ง Feedback ใดๆก็ได้

ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ
เมื่อผู้ใช้ส่ง Feedback ไปแล้ว ก็ไม่ได้เสียงตอบรับกลับมาจากเจ้าของเว็บเลย
ถ้าไม่นับเรื่องเจ้าของเว็บไม่สนใจใยดีแล้ว
สาเหตุก็เกิดมาจากการที่ไม่ได้มีการจับเก็บ Feedback ที่เป็นระเบียบ

นักลงทุนชื่อดังชาวอิสราเอล Yossi Vardi (ผู้ที่ลงทุนกับ Mirabilis ICQ เมื่อปี 1996)
ตอนนี้ ได้พัฒนาระบบจัดการ Feedback (Feedback Management)
ซึ่งมีชื่อว่า Kampyle ขึ้น
เพื่อให้เจ้าของเว็บ หรือเจ้าหน้าที่เว็บ หรือจัดเก็บ Feedback อย่างเป็นระบบ
และตอบกลับผู้ที่ให้ Feedback มาอย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้งาน Kampyle แบ่งเป็น 2 ฟาก
ฟากหนึ่งคือ ผู้ใช้งาน อีกฟากหนึ่งคือ เจ้าของเว็บ

ผู้ใช้งานเว็บ (ใครก็ได้ที่สนใจ) ซึ่งเป็นฝั่งผู้ให้ Feedback และรอการตอบรับ Feedback
ดาวน์โหลดและ install Kampyle add-on กับบราวเซอร์
เมื่อต้องการให้ Feedback ในแง่ใดๆกับเว็บนั้นๆ
(ก็คงต้องเป็นเว็บที่ใช้งานระบบ Kampyle นี้ด้วย)
ก็สามารถกดปุ่มบนบราวเซอร์เพื่อเริ่มการบันทึกและส่ง Feedback ได้

ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ว่า จะให้ Feedback ในหัวข้อใด

แล้วผู้ใช้ก็สามารถติดตาม Feedback ที่ตัวเองให้กับเว็บไปได้แบบข้างล่างนี้

ทางฝั่งของเจ้าของเว็บ หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ก็จะลง Kampyle ในอีกส่วนสำหรับจ้าของเว็บ
เพื่อที่จะคอยตาม Feedback ที่ผู้ใช้เว็บส่งมาให้

โดยที่ข้อมูลสามารถ export ออกมาเป็นได้ทั้ง XML และไฟล์ Excel

ส่วนการส่งการตอบรับ หรือแจ้งข่าวสารให้ผู้ที่ส่ง Feedback เข้ามา
ก็จะทำได้ใน Kampyle นี้ โดยที่สามารถส่งการตอบรับไปเป็นกลุ่ม
หรือส่งหาผู้ใช้งานเพียงคนเดียวก็ได้

จะว่าไปแล้ว Kampyle ก็เหมือนเป็น CRM ผสมกับ Issue Tracker
ในรูปแบบที่เป็น “2.0” มากขึ้น
เมื่อผู้ใช้ ได้รับการตอบกลับ ก็เท่ากับว่า เว็บไซต์นั้น เห็นคนๆนั้นมีค่า
ผู้ใช้ก็จะประทับใจในเว็บไซต์นั้นมากขึ้น
ส่วนเจ้าของเว็บ ก็จะได้ผู้ใช้งานที่เต็มใจให้ Feedback
เพื่อนำไปพัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้น

ถ้าดูตัวโปรแกรมแล้ว เราเห็นว่า เป็นความคิดที่น่าสนใจมาก
แต่คำถามก็คือ เรายังไม่แน่ใจว่า โปรแกรมนี้จะฮิตได้อย่างที่มันควรจะเป็นหรือไม่
เพราะมันออกจะขัดกับพฤติกรรมของผู้ใช้งานทั่วไป
โดยเฉพาะในเมืองไทย คือ ถ้าจะแสดงออก ก็จะด่ามากกว่าชม
อีกทั้งผู้ใช้งาน ยังต้อง put effort ในการดาวน์โหลด install add-on ลงบราวเซอร์
ทั้งๆที่อาจจะไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเว็บใดๆเลย
แล้วยังต้องมานั่งกรอก feedback ส่งให้เว็บอีก

แต่โอกาสในการที่จะทำการตลาดจาก Kampyle ก็ยังมีอยู่อีกมาก
อีกหน่อยอาจจะมี case study แสดงให้เห็นว่า
ผู้ใช้งานเต็มใจ install Kampyle เพราะมีสิทธิพิเศษอะไรบางอย่าง
สมควรค่าแก่การ install และเสียเวลากรอก feedback ก็เป็นไปได้

ถ้ามองในแง่ที่เป็น Issue Tracker
โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่เหมาะสมมากในการใช้ตรวจสอบ Bug
ในกรณีที่มีผู้ทดสอบเว็บเป็นกลุ่มใหญ่ อยู่กระจัดกระจายกันตามสถานที่ต่างๆ

คิดไปคิดมา Kampyle นี่ อาจจะนำไปประยุกต์ทำเป็นอะไรได้อีกหลายอย่างเหมือนกันนะ

อ้างอิง
http://www.techcrunch.com/2008/03/19/kampyle-closes-the-feedback-loop/
http://www.kampyle.com/